
EA เติมโปรตีนลูก.!
แอบต๊กกะใจ..!! เมื่อเห็นยอดหนี้กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เจ้าของรถเมล์ไฟฟ้าที่หลายคนใช้บริการเช้าและเย็น
แอบต๊กกะใจ..!! เมื่อเห็นยอดหนี้กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เจ้าของรถเมล์ไฟฟ้าที่หลายคนใช้บริการเช้าและเย็น ที่มีบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) หรือ BYD สูงกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้รายใหญ่สองกลุ่ม ได้แก่ 1) หนี้จากกลุ่ม EA ซึ่งมีมูลหนี้รวม 12,778 ล้านบาท และ 2) เจ้าหนี้สัญญาเงินกู้ ซึ่งมีมูลหนี้เงินต้น 10,065 ล้านบาท (ไม่มีดอกเบี้ยคงค้างที่คำนวณตั้งพักไว้)
โดยหนี้ดังกล่าวจะครบกำหนดชำระไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 2570 และมีหลักประกันสำคัญ คือ หุ้นของบริษัท เอซ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE) (เป็นบริษัทย่อยของ BYD จึงมีสถานะเป็นหลานของ EA) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของ “ไทย สมายล์ บัส”, บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด (SMB) และบริษัท ไทย สมายล์ โบ้ท จำกัด (TSO)
หนี้ใกล้ถึงกำหนดชำระ…แต่ “ไทย สมายล์ บัส” ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ตอกย้ำได้จากสถานะทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ที่มีผลขาดทุนสะสม 14,951 ล้านบาท มีส่วนทุนติดลบอยู่ที่ 13,910 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอที่จะชำระคืนหนี้
ซึ่งถ้าไม่ทำอะไรเลย…บอกได้คำเดียวว่าตายหยังเขียด จึงมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อลดภาระหนี้และดอกเบี้ยด่วน ๆ..!!
ขณะที่ทางเลือกของกลุ่ม EA ในฐานะเจ้าหนี้มี 3 ทาง ได้แก่ 1) ยึดรถคืนจาก “ไทย สมายล์ บัส” 2) ยืดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับ “ไทย สมายล์ บัส” และ 3) ปรับโครงสร้างโดยการแปลงหนี้เป็นทุนร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่น
ซึ่ง EA เลือกทางที่ 3 เลยเป็นที่มาของการแปลงหนี้เป็นทุนของบริษัทหลาน (ไทย สมายล์ บัส) เพื่อใช้หนี้บริษัทลูกของ EA ซึ่งประกอบด้วยบริษัท เปย์ป๊อป จำกัด (POP), บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX, บริษัท ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด (MMR) และบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด (EMN)..!!
นั่นจะส่งผลให้กลุ่ม EA ถือหุ้นบุริมสิทธิใน “ไทย สมายล์ บัส” สัดส่วน 25.15% และคิดเป็นส่วนแบ่งเงินปันผล 41.08%
โอเค…แม้ว่าหลังจากแปลงหนี้เป็นทุนแล้ว จะทำให้ดอกเบี้ยรับที่ EA เคยได้มาตลอดผ่านบริษัทลูก ๆ หายไปก็เถอะ…
แต่ไฮไลต์มันทำให้ “ไทย สมายล์ บัส” ได้ไปต่อ…เนื่องจากได้ปลดภาระหนี้ไปบางส่วน ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้ตัวเบาขึ้น..!!
ก็ถือเป็นวิศวกรรมทางการเงินแหละ…เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลย “ไทย สมายล์ บัส” จะถูกภาระหนี้กดทับไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด
แล้วจุดไคลแมกซ์ของเรื่องนี้ คงเป็นโอกาสที่ “ไทย สมายล์ บัส” จะได้เข้าร่วมประกวดราคาหรือรับงานจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ติดลบ…
อย่าลืมว่าด้วยเงื่อนไขดังกล่าว เคยทำให้กลุ่ม EA พลาดโอกาสในการเข้าร่วมประมูลโครงการเช่ารถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ของ ขสมก. มาแล้ว แต่แก้เกี้ยวด้วยการรับจ้างผลิตรถเมล์ไฟฟ้าขายให้กับผู้ชนะการประมูล นั่นก็คือ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด แทน
แต่เมื่อเสริมไฮโปรตีนให้กับ “ไทย สมายล์ บัส” แล้ว ก็จะทำให้ “ไทย สมายล์ บัส” สามารถกลับเข้าไปประมูลงานใหม่ของ ขสมก.ในอนาคตได้ ซึ่งนโยบายหลักของภาครัฐต้องการขับเคลื่อนรถขนส่งสาธารณะโดยใช้พลังงานสะอาด หนึ่งในนั้น คือโครงการเช่ารถเมล์ไฟฟ้า เฟส 2 จำนวน 800 คัน วงเงินประมาณ 8,400 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดประมูลช่วงปลายปี 2569-2570 และมีกำหนดทยอยรับมอบรถในช่วยกลางปีถึงปลายปี 2570
ขณะดียวกัน ก็มีโอกาสรับรายได้จากการเข้าให้บริการเดินรถหัวเมืองต่างจังหวัดอื่น ๆ ที่ “ไทย สมายล์ บัส” เพิ่งได้รับจ้างเดินรถในช่วงที่ผ่านมา เช่น หาดใหญ่ และเชียงใหม่ รวมทั้งมีโอกาสได้รับรายได้อื่นจากการขายคาร์บอนเครดิตได้อีกด้วย
งั้นต้องบอกว่าเบื้องหลังของธุรกรรมนี้ ซ่อนเรื่องราวดี ๆ ของ “ไทย สมายล์ บัส” ไว้มากโขทีเดียว…
ว่าแต่ใครออกแบบธุรกรรมนี้นะ…เหนือชั้นจริง ๆ
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คาดว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 4 ธ.ค. 2569 นี้ ผู้ถือหุ้นคง Say yes แหละ…
แต่ถ้าผู้ถือหุ้น Say no ตัวใครตัวมันละกัน..!!
…อิ อิ อิ…