รอบด้านตลาดหุ้น – บล.บัวหลวง

วิเคราะห์ตลาดและแนวโน้ม

Happy New High (Year)
ช่วง 2 สัปดาห์ส่งท้ายปีเก่า 2017 เรายังคงเห็นได้ชัดว่าหุ้น Hedging Inflation เช่นโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC SGP) พลังงาน (PTTEP) ปรับขึ้นได้ดีกว่าตลาด และเราคาดว่า BANPU ที่เป็นหุ้นต้นน้ำด้านพลังงาน และ Laggard มานาน จะเป็นหุ้นที่ Outperform ตลาดตามประเด็นการลงทุนนี้
เราคาดกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีฯหุ้นไทยที่ 1,740-1,770 จุด โดยคาดว่าแรงขายจาก LTF จะไม่มีนัยยะพอกดดันให้ตลาดปรับลงแรงจนหลุด 1,730 จุด

4 Elements … 2018

หากฟองสบู่ Bitcoin แตก… เราไม่คิดว่า Market Caps ของ Bitcoin ตอนนี้ใหญ่พอ ที่จะสั่นคลอนหรือ สะเทือนความมั่งคั่งโดยรวมของตลาดหุ้น หากเกิดภาวะฟองสบู่บิตคอยแตก และ เชื่อว่าตลาดบิตคอยที่ใหญ่ขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา กลับจะเพิ่มความมั่งคั่งต่อนักลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อม ตลอดจนความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก mเหมืองบิตคอยn (+BANPU โรงไฟฟ้า หุ้นพลังงาน)

2nd Wave of Internet connectivity การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีระบบ Automation และ e-Commerce ซึ่งกดดันอำนาจต่อรองราคาของผู้ผลิตไม่ให้ปรับขึ้นราคาได้มากนัก เราจึงเห็นตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกไม่ได้ปรับขึ้นอย่างที่เคยเป็นตามทฤษฎีในอดีต และเงินหมุนเวียนที่มีอยู่สูงใน ตลาด e-Commerce คาดส่งผลบวกต่อกลุ่ม ค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับ Smart phone และอุปกรณ์รองรับการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce (+COM7 JMART / UTP และ Logistics ที่เกี่ยวข้องกับ e-Commerce)

เงินเฟ้อ(ตามทฤษฏี)ต่ำ เพราะผลกระทบต่อเนื่องของ 2nd Wave of Internet connectivity แต่ดอกเบี้ยอาจขึ้นได้เร็ว การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และ กนง.ในปีนี้ ตลาดคาดว่าจะมีการปรับขึ้น 3 ครั้งเหมือนกัน โดยดอกเบี้ยไทย และ สหรัฐฯ สิ้นปี 2018 คาดจบที่ 2.25% เท่ากัน (กรอบบนของเฟด) ซึ่งคิดว่าการที่เงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายในระหว่างปีนี้ จะไม่ใช่ปัจจัยที่จะกดดันให้ดอกเบี้ยขึ้นช้าอีกต่อไป (+BBL KBANK / -TISCO TCAP KKP SAWAD MTLS)

Helicopter money ending ผู้กำหนดนโยบายการเงินทั่วโลกจะเริ่มอัดฉีดเงินเข้าระบบน้อยลงเรื่อยๆ และให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินมากขึ้น ซึ่งมองว่าการแข่งกันทำให้ค่าเงินสกุลหลักอ่อนค่าเหมือนในอดีตน่าจะน้อยลงตามลำดับ และเงินบาทอาจไม่อ่อนค่าอย่างทีทุกคนคิด…(บวกต่อเงินทุนไหลเข้าหุ้นไทย)

หุ้นแนะนำวันนี้
BANPU แนวรับ 19.2 ต้าน 22 Stop loss 19 เป็นหุ้นต้นน้ำด้านพลังงาน และ Laggard มานาน คาดจะปรับตัวขึ้นตามกลุ่มได้ (ซึ่งเราเพิ่มเข้าในพอร์ต Tactical weekly ด้วย)

รายงานวันนี้

LPN: Earnings taking off in 2018

LPN เป็นหุ้น top pick ในกลุ่มอสังหาฯทที่เรา cover อยู่สำหรับปี 2018 เพราะเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรที่เติบโตสูงถึง 50% ในปีนี้ ดีที่สุดในกลุ่มฯ ในขณะที่รายดีราวครึ่งหนึ่งมี backlog รองรับไว้แล้ว นอกจากนี้ LPN จะเป็นตัวเล่นที่ดีที่สุดสำหรับตลาดล่างที่จะฟื้นตัวตามแผนการกระตุ้นของภาครัฐ ปัจจุบันหุ้นเทรด PE 12 เท่า ในปี 2018 และ 10 เท่า ในปี 2019 เราแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.2 บาท

SCC: Takeaways from SCG Dinner Talk

เราจัดงาน SCG Dinner Talk โดยได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารระดับสูง ร่วมให้มุมมองในภาพอุตสาหกรรม และแผนการดำเนินธุรกิจ โดยรวมแล้วถึงแม้ในระยะสั้นเรามองว่ากำไรจะเติบไม่มากนัก แต่ด้วยการสร้างฐานธุรกิจที่จะแข็งแกร่งระยะยาว และเงินปันผลยังจูงใจที่ 4.1% เราคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 620 บาท

หุ้นมีข่าว

(+) ผวา LTF ครบดีล4.5หมื่นล. เดือนม.ค.นี้เสี่ยงไถ่ถอนกดดันกองทุนขาย ตลาดหุ้นไทย ม.ค. เสี่ยงปรับฐาน ผวากองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ครบกำหนดไถ่ถอนในต้นปีกว่า 4.5 หมื่นล้าน หลังรีเทิร์นสูงกว่า 24% กดดันกองทุนขายหุ้นเตรียมเงินไว้คืนผู้ลงทุน ลุ้นฟันด์โฟลว์พลิกไหลกลับเข้าตลาดรองรับพอร์ตสถาบันทิ้ง (ที่มา ข่าวหุ้น) // BLS Research คาดว่าจะไม่มีแรงขายที่มีผลต่อตลาดมากนัก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง

(+) BGRIM ข่าวดีรับปีใหม่ จับตา COD ไฟฟ้าอีก 130 MW ภายในไตรมาส 1/61 ดันผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ 33 บาท ขึ้นแท่นท็อปพิคกลุ่มไฟฟ้า (ที่มา ข่าวหุ้น)

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด
Bitcoin ได้มีการเทรดแพร่หลายในสกุลเงินเยนโดยคิดเป็น 40% ขณะที่ Market Cap ของ Bitcoin สิ้นปีอยู่ที่ราว US$2.8 แสนล้าน หากรวม cryptocurrencies อื่นด้วยมูลค่าตลาดจะเพิ่มไปถึง US$5.23 แสนล้าน

และด้วยมูลค่าที่มีการเทรดกันจนดันราคา Bitcoin เพิ่มไปถึง 1400% ในปีที่แล้ว จนกลายเป็นที่ถกเถียงถึงผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน หากฟองสบู่ Bitcoin แตก…
แต่ จากสถิติการล่มสลายของยุค Dotcom เราเชื่อว่าหาก Bitcoin เกิดภาวะฟองสบู่แตกจริงจะไม่ได้กระทบตลาดหุ้นจนเกิดเป็นวิกฤตเพราะ มูลค่า Bitcoin ยังห่างจาก Dotcom bubble ที่มีมูลค่าในปี 2000 สูงถึง US$2.9 ล้านล้าน และ Market Caps ของ Bitcoin ยังห่างจาก Market Caps ตลาดหุ้นทั่วโลกปัจจุบัน ที่ US$79 ล้านล้าน อยู่มาก
ในแง่บวก Bitcoin ได้เพิ่มกำลังซื้อของนักลงทุนในญี่ปุ่น (ที่เน้นญี่ปุ่นเพราะมีสัดส่วนในการเทรด Bitcoin เกือบครึ่งหนึ่งของโลก) โดยพบว่ากำลังซื้อจากความมั่งคั่งเพราะ Bitcoin จะมีอยู่เกือบ 1 แสนล้านเยน

ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก mธุรกรรม Bitcoinn โดยได้มีการประเมินการบริโภคไฟฟ้าต่อปีอยู่ที่ 33.2TWh หรือคิดเป็น US$1.6 พันล้าน ซึ่งเป็นการขยายตัวที่เร็วมาก และ 71% ของ “Bitcoin mining” อยู่ที่ จีน ซึ่งมีต้นทุนไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินที่ถูก ทำให้คาดว่า หากตลาด Bitcoin ยังโตต่อได้อีกในปีนี้ จะส่งผลต่อความต้องการถ่านหินที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน (+BANPU)

แรงขาย LTF ช่วงต้นปี…นับเฉพาะที่ครบกำหนด 5 ปีปฏิทิน คือคนที่ซื้อมาตั้งแต่ 2014 คาดว่าจะไม่มีแรงขายที่มีผลต่อตลาดมากนัก ดูจากข้อมูล มอร์นิ่ง สตาร์ เราพบว่า

1) ผลตอบแทนไม่จูงใจให้ขาย ต้นทุนในปี 2014 นั้น ดัชนีฯอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,400 จุด ซึ่งผลตอบแทนเทียบกับระดับ 1,700 จุด นั้นยังน้อยกว่าปีก่อนๆ ค่อนข้างมาก (เช่นปี 2008 ต้นทุน 400 จุด จึงมีแรงขายสุทธิในปี 2012 สูงถึง 2 หมื่นล้านบาท)

2) คนที่คิดจะขาย LTF ได้ขายไปมากในปี 2017 นับตั้งแต่ มค.-มิย. มีแรงขายสุทธิจาก LTF 1.52 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ มค.-มิย.

3) เงินหมุนจากคนที่ลงทุน LTF ปี 2014 มีน้อยกว่าทุกปี พิจารณาจากแรงขายสุทธิในปี 2014 มีเพียง 1,793 ล้านบาท เทียบกับปี 2013 ที่ 8.2 พันลบ. ปี 2015 7 พันลบ. ปี 2016 6.2 พันลบ. มองได้ว่า เงินที่ขายไปแล้ว นำกลับมาซื้อใหม่ในปี 2014 นั้น ไม่น่าจะมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ

4) ผู้ลงทุน LTF ส่วนมากเลือกที่จะถือยาว ดูจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ครึ่งปีแรก 2017) อยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท เทียบกับเงินไหลออกแต่ละปี เราเชื่อว่า ผู้ลงทุน LTF ส่วนมากเลือกที่จะถือ LTF เกินกว่า 5-7 ปีปฏิทิน ดังนั้นเราจึงไม่กังวลต่อแรงขายระยะสั้น