BKD จะดีขึ้น?

เชื่อว่านับจากนี้ BKD จะมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากปรับกลยุทธ์มารับงานตกแต่งภายในที่ตัวเองถนัด ควบคู่ไปกับแผนควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด จนทำให้หลายฝ่ายกลับมามั่นใจในตัวธุรกิจหลักอีกครั้ง

คุณค่าบริษัท

เชื่อว่านับจากนี้ บริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) หรือ BKD จะมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากปรับกลยุทธ์มารับงานตกแต่งภายในที่ตัวเองถนัด ควบคู่ไปกับแผนควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด จนทำให้หลายฝ่ายกลับมามั่นใจในตัวธุรกิจหลักอีกครั้ง

ขณะที่ การเข้าลงทุนในธุรกิจบริหารจัดการน้ำ จะช่วยทั้งหนุนการเติบโตและลดความผันผวนให้กับผลประกอบการในคราวเดียวกัน ซึ่งเมื่อรวมกับการเข้ามาถือหุ้น 6.3% ของกลุ่ม BTS ที่จะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันในอนาคต

นอกจากนี้ งานในมือของ BKD สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งวัดจากดัชนีการลงทุนภาคเอกชน และยอดจดทะเบียนอาคารชุด และที่อยู่อาศัยที่เติบโตสูงจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจุบันทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2,000 ล้านบาท ส่วนงานที่รอประมูลทั้งในและต่างประเทศ อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ถ้าอิงโอกาสความสำเร็จในอดีตที่ 20-30% จะหนุนงานในมือช่วงที่เหลือของปีเพิ่มขึ้นได้อีกราว 1,000 ล้านบาท

ส่วนการก้าวเข้าสู่ธุรกิจบริหารจัดการน้ำ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับ BKD เพราะพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีความต้องการน้ำสูง และกำลังการผลิตน้ำของหน่วยงานภาครัฐ คิดเป็นเพียง 50% ของความต้องการ ความเสี่ยงในการเข้าลงทุน 40% ในบริษัท โกลด์ ชอร์ส จำกัด จึงค่อนข้างต่ำ

มีการคาดว่า BKD จะสามารถเข้าลงทุนใน GS และเริ่ม COD โครงการน้ำได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 มีอายุสัญญาคงเหลือ 25 ปี และคาดว่ามี NPV ที่ 827 ล้านบาท และ Equity IRR ที่ 16% ซึ่งเมื่อคิดเป็นส่วนเพิ่มมูลค่าให้กับ BKD จะอยู่ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น

ขณะเดียวกัน มีการคาดกำไรปกติปีนี้ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 366% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และปีหน้า 228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากงวดเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ BKD ยังมีการถือครองที่ดินสภาพคล่องสูง ที่คิดเป็นมูลค่าราว 1 บาทต่อหุ้น และมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี

ในขณะที่ นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท เพราะ (1) ผลประกอบการที่จะกลับมา Turnaround โดยคาดว่าจะเริ่มทำสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่ปีนี้ (2) Downside จำกัดด้วยสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ทั้งที่ดินและธุรกิจบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันราว 1.80 บาทต่อหุ้น (3) มีปันผลสม่ำเสมอเฉลี่ย 4-5% ต่อปี

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ 253,660,360 หุ้น 25.72%
  2. น.ส.ณัฐนันท์ ประสงค์ชัยกุล 230,506,520 หุ้น 23.37%
  3. นายบุญเกียรติ เอื้อสุดกิจ 49,030,000 หุ้น 4.97%
  4. น.ส.ปราณี เจริญชีวินทร์ 39,709,100 หุ้น 4.03%
  5. น.ส.กนกนารถ รัตนสุวรรณชาติ 36,500,000 หุ้น 3.70%

รายชื่อกรรมการ

  1. ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ ประธานกรรมการ
  2. ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ กรรมการอิสระ
  3. นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ ประธานกรรมการบริหาร
  4. นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ กรรมการผู้จัดการ
  5. นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ กรรมการ