MEGA สดใส!

แนวโน้มปี 62 ของ MEGA ยังคงดูสดใส ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะมีปัจจัยหนุนหลักมาจากธุรกิจ Mega We Care และตัวธุรกิจศูนย์การกระจายสินค้า เติบโตอย่างต่อเนื่อง

คุณค่าบริษัท

แนวโน้มปี 2562 บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA ยังคงดูสดใส ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะมีปัจจัยหนุนหลักมาจากธุรกิจ Mega We Care และตัวธุรกิจศูนย์การกระจายสินค้า เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ประเมินว่าธุรกิจ Mega We Care จะเติบโตราว 10% หนุนโดยการขยายตลาดต่อเนื่อง และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ปัจจุบัน บริษัททำการตลาดครอบคลุมถึง 32 ประเทศ หนึ่งในนั้น ได้แก่ ประเทศโคลอมเบีย และเอธิโอเปียที่บริษัทเพิ่งเปิดสำนักงานใหม่ การขยายตลาดดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทในการเน้นเจาะตลาดประเทศกำลังพัฒนาที่มีโอกาสทำให้ MEGA เติบโตมากกว่า

นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทมี 73 ผลิตภัณฑ์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการจดทะเบียน และ 59 ผลิตภัณฑ์กำลังอยู่ในการพัฒนา โดยบริษัทคาดในปี 2562 จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ราว 8-10 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตได้มากขึ้นในปีนี้

ขณะเดียวกัน คาดรายได้ของธุรกิจศูนย์กระจายสินค้า (Maxxcare) ช่วงปี 2562 จะเติบโตราว 12% ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตหลักจะยังมาจากตลาดเมียนมา ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 65% ของรายได้จากศูนย์กระจายสินค้าทั้งหมด หนึ่งในปัจจุบันหนุนการเติบโตปีนี้ ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้าใหม่ในประเทศเมียนมา ที่เริ่มเปิดดำเนินการแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/2561 โดยศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวนับเป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมา ทั้งนี้ ด้วย Capacity ที่ดีขึ้น จะทำให้ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตและการขยายฐานลูกค้าของบริษัท

ดังนั้นทางนักวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/2562 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน หนุนโดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพภายใต้กิจการร่วมค้าเมก้า มาลี การเจาะตลาดใหม่ ๆ และผลบวกจากการเพิ่มทีมการตลาดก่อนหน้านี้ในประเทศเมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย

ผลดังกล่าวคงประมาณการปี 2562 คงสมมติฐานการเติบโตรายได้ที่ 10.8% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 44.4% ยังคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 1,318 ล้านบาท

นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องจากผลการดำเนินงานปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10,456.21 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 9,639.82 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,206.01 ล้านบาท หรือ 1.39 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,112.80 ล้านบาท หรือ 1.29 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ทำให้นักวิเคราะห์ บล.เอเชีย เวลท์ มองว่า MEGA ยังดูน่าสนใจ ด้วยฐานตลาดของบริษัทที่แข็งแกร่งและอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงเทรนด์รักสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ชอบสถานะทางการเงินและเงินสดที่ Healthy ของบริษัท นอกเหนือจากนั้นแล้ว โรงงานผลิตยาแห่งใหม่ในเมียนมาที่ลงทุนร่วมกับ MSN Laboratories จะเริ่มการก่อสร้างในเดือนหน้า โรงงานดังกล่าวจะถูกใช้สำหรับพัฒนาและผลิตยาใหม่ร่วมกัน และจะจำหน่ายในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งคาดปัจจัยนี้จะช่วยหนุนการเติบโตและความสามารถการแข่งขันบริษัทในระยะยาว

แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 42 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ยูนิสเตรทช์ จำกัด 433,311,400 หุ้น 49.83%
  2. นายวิเวก ดาวัน 45,982,716 หุ้น 5.29%
  3. MINDO ASIA INVESTMENTS LIMITED 43,175,900 หุ้น 4.97%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 24,845,942 หุ้น 2.86%
  5. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 15,432,600 หุ้น 1.77%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
  2. นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  3. นายกิริต ชาห์ กรรมการ
  4. นายอิษฎ์ชาญ ชาห์ กรรมการ
  5. น.ส.สมิหรา ชาห์ กรรมการ