TFG เด้ง 4% นิวไฮรอบ 5 เดือน คาดยอดขาย-รายได้ปีนี้โตทะลัก ทุบสถิติ “ออลไทม์ไฮ”

TFG เด้ง 4% นิวไฮรอบ 5 เดือน คาดยอดขาย-รายได้ปีนี้โตทะลัก ทุบสถิติ "ออลไทม์ไฮ" โดย ณ เวลา 15.31 น. ราคาอยู่ที่ 3.44 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 3.61% สูงสุดที่ 3.44 บาท ต่ำสุดที่ 3.34 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 19.04 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ล่าสุด ณ เวลา 15.31 น. อยู่ที่ 3.44 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 3.61% สูงสุดที่ 3.44 บาท ต่ำสุดที่ 3.34 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 19.04 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 3.56 บาท เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.61

นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ในวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา มีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากงวดผลการดำเนินงานในปี 2561 (1 มกราคม-31 ธันวาคม 2561) เป็นเงินสดในอัตรา 0.013 บาท/หุ้น กำหนดจ่ายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในช่วงก่อนหน้าบริษัทฯได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในงวด 9 เดือนแรกของปี 2561 ไปแล้วในอัตรา 0.07 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับครั้งนี้ ส่งผลให้ในปี 2561 มีการจ่ายเงินปันผลรวมเป็นเงิน 0.083 บาท/หุ้น

“ในปีที่ผ่านเราได้เตรียมพร้อมสำหรับการสร้างมูลค่า (Value) ให้กับไทยฟู้ดส์ ซึ่งในปีนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวสิ่งที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นโรงอาหารสัตว์ใหม่ ที่จะเริ่มเตรียมผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2562 นี้” นายวินัย กล่าว

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2562 คาดว่ายอดขายและรายได้มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ จากปริมาณขายทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่บริษัทฯพยายามเจาะตลาดใหม่ๆ และส่งสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูง เข้าไปบุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีดีมานด์เป็นจำนวนมาก โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และขีดความสามารถการแข่งขัน รองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิต และการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆในต่างประเทศ ที่ให้มาร์จิ้นในสัดส่วนสูง ปีนี้เรายังได้รับปัจจัยหนุนจากราคาเนื้อไก่และสุกร ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ผลประกอบการน่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยในส่วนของโรงงานไก่ปรุงสุก ในปีนี้ จะช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทฯ โดยในปัจจุบันเริ่มมีคำสั่งซื้อของลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาแล้ว

ขณะเดียวกันธุรกิจอาหารสัตว์ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่น หลังจากที่บริษัทฯได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อขายให้กลุ่มลูกค้านอกเครือมากขึ้น โดยปัจจุบันมีปริมาณขายนอกเครือเพียง 20% และตั้งเป้าในช่วง 2-3 ปี ข้างหน้าสัดส่วนขายนอกเครือจะเพิ่มขึ้นเป็น 50%

นอกจากนี้ ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ลดต้นทุนจากการบริหารจัดการให้ดีขึ้น เช่น การบริหารจัดการการเก็บสินค้าคงเหลือ การบริหารจัดการระบบการขนส่ง การจัดการสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ เป็นต้น อีกทั้งบริษัทฯยังลดต้นทุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพของไลน์ผลิตจากการลงทุนในเครื่องจักร Automation ซึ่งจะทำให้บริษัทฯมี Cost Saving เกิดขึ้นจากการดำเนินการและเริ่มเห็นผลตั้งแต่ต้นปี 2562

คำค้น