JMART แรลลี่ยาว! พุ่งทะลุ 10 บ. รับผลดีบาทแข็ง-ลุ้นกำไรปีนี้ Turnaround

JMART แรลลี่ยาว! พุ่งทะลุ 10 บ. รับผลดีบาทแข็ง-ลุ้นกำไรปีนี้ Turnaround โดย ณ เวลา 10.34 น. อยู่ที่ 10.10 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 6.32%  ด้วยมูลค่าซื้อขาย 79.10 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ณ เวลา 10.34 น. อยู่ที่ 10.10 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 6.32%  ด้วยมูลค่าซื้อขาย 79.10 ล้านบาท ราคาหุ้นวิ่งแรงในรอบ 10 เดือน โดยเทียบตั้งแต่หุ้นปรับตัวทดสอบระดับ 10.40 บาท เมื่อวันที่ 9 ส.ค.61

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ค่าเงินบาทเดินหน้าแข็งค่ามากสุดในรอบ 6 ปี บ่งชี้ Fund Flow ยังไหลเข้า เป็นผลบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งค่า : ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่เฟดส่งสัญญาณจะลดอัตราดอกเบี้ยและนำ QE กลับมาใช้ ส่งผลให้ Fund Flow มีการเคลื่อนย้ายและไหลเข้ากลุ่มตลาดเกิดใหม่รวมถึงตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น

เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Big Cap ที่รองรับ Fund Flow ได้คือกลุ่มพลังงาน, สื่อสาร และค้าปลีก รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่าคือกลุ่มที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ อาทิ กลุ่ม ICT, กลุ่มขายมือถือ (COM7, JMART และ SYNEX), กลุ่มรับเหมา&วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มที่มีหนี้เป็นสกุล US dollar อาทิ กลุ่ม PTT และกลุ่มโรงไฟฟ้า ส่วนกลุ่มที่ได้ผลลบจากค่าเงินบาทแข็งคือกลุ่มส่งออก อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ และ กลุ่มสินค้าเกษตร

บล.เอเซียพลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังยืนยันมุมมองบวกที่เคยได้นำเสนอความเป็นไปได้เรื่อง Turnaround ในปีนี้ของบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ได้สูงกว่าประเมินไว้ เนื่องจากธุรกิจให้สินเชื่อ (J Fintech, ถือหุ้น 90%) ที่ Turnaround เร็วกว่าที่คาด ตั้งแต่ไตรมาส 1/62 มาจากการดำเนินงานปกติ คือ การควบคุมต้นทุน สามารถชดเชยผลกระทบยอดสินเชื่อสุทธิสิ้นงวดไตรมาส 1/62 ที่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 3.9 พันล้านบาท ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายสิ้นปีที่กำหนดไว้ 5.5 พันล้านบาท เป็นผลจากการเน้นแก้ไขปัญหาคุณภาพลูกหนี้ก่อน ทำให้การจัดเก็บหนี้ในชั้นปกติทำได้สูงตามเป้าหมายที่ 97.56% ของยอดสินเชื่อ และยังเป็นการรักษาระดับต่อเนื่องในไตรมาส 2/62 ซึ่งน่าจะสามารถคาดหวังแรงหนุนจาก J Fintech ตลอดปี

สำหรับธุรกิจอื่นๆ ยังมีแนวโน้มอยู่ในทิศทางที่ดีในระยะถัดไป ธุรกิจหลักมือถือ (J Mobile ,ถือหุ้น 99.9%) ได้ผลบวกจัดงานฉลองครบ 30 ปี ในไตรมาส 2/62 หนุนแทบไม่เห็นผลจากการเข้าสู่ Low season บวกกับผลตอบแทนจากการช่วง ADVANC หาลูกค้าใใหม่ด้วย Synergy ทุกช่องทางดีขึ้นเป็นลำดับจากช่วงแรก ขณะที่ธุรกิจตามหนี้ (JMT ถือหุ้น 55.8%) ยังเดินตามแผนเร่งเก็บหนี้ให้ครอบคลุมให้เงินลงทุนในมูลหนี้มูลค่าสูงภายในไตรมาส 2/62 จะช่วยให้รับรู้รายได้มากขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 62 ส่วนธุรกิจอสังหาฯ (J ถือหุ้น 67.5%) จะมีดอกเบี้ยจ่ายลดลง จากการนำเงินเพิ่มทุนที่จะได้มิ.ย.นี้ ไปคืนหนี้ ตามด้วยการเริ่มโอนคอนโด Newera ที่คาดจะสร้างเสร็จไตรมาส 4/62 และน่าจะเริ่มโอนได้เล็กน้อย

ทั้งนี้แม้คาดว่าไตรมาส 2/62 อาจจะยังทรงตัวจากไตรมาสก่อนเพราะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม (ตามกฏหมายใหม่) 7 ล้านบาท แต่ครึ่งปีหลังของปี 62 จะเด่นขึ้นมากด้วยแรงหนุนจาก JMT ขณะที่กำไรไตรมาส 1/62 คิดเป็นสัดส่วน 28%ของประมาณการแล้ว จึงปรับเพิ่มกำไรปี 2562-2563 ขึ้นจากเดิม 16.8% และ 11.8% หลักๆเป็นการปรับสมมติฐานต้นทุนดำเนินงาน ยอดปล่อยสินเชื่อสุทธิสิ้นปีของ J Fintech และส่วนแบ่งกำไร SINGER ได้กำไรสุทธิปี 2562 พลิกจากขาดทุนมาอยู่ที่ 476 ล้านบาท และจะเพิ่มอีก 18% ในปี 2563

โดยมูลค่าพื้นฐานใหม่อิง Sum of the part เพิ่มเป็น 10.6 บาท (เดิม 9.6 บาท) หลักๆ เป็นมูลค่าเพิ่มจาก 1. J Fintech ตามการปรับเพิ่มกำไรและ PBV ที่ 1.22 เท่า (เดิม 1 เท่า) ตามวิธี GGM ภายใต้คาดการณ์ ROE ระยะยาวใหม่ 12% และ 2. Net Cash ของบริษัทแม่ (JMART) สิ้นปีที่เพิ่มขึ้น (ใช้เม็ดเงินกู้มาสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อ J Fintech ต่ำลง) ด้วย Upside สูง ยังแนะนำซื้อ

คำค้น