SIRI เริ่มสตาร์ต Q2/63 ได้ดี!

ความสำเร็จของโครงการไทเกอร์ เลน มาจากทำเลที่เป็นที่สุดของทำเลทอง บนไพร์มโลเคชัน ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางทางวัฒนธรรมเก่าแก่และพื้นที่ธุรกิจการค้าที่สำคัญของไทย


คุณค่าบริษัท

ทางผู้บริหาร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า มีการปรับเป้าหมายยอดขายในไตรมาส 2 ปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ประเมินเอาไว้ 8.5 พันล้านบาท หลังจากปิดการขายโครงการไทเกอร์ เลน ลักซ์ชัวรีโฮมออฟฟิศ ใจกลางย่านเสือป่า ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันบริษัทสามารถทำยอดขายตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท ในช่วง 2 สัปดาห์ของไตรมาส 2 นี้

ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการไทเกอร์ เลน มาจากทำเลที่ถือว่าเป็นที่สุดของทำเลทอง บนไพร์มโลเคชัน ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางทางวัฒนธรรมเก่าแก่และพื้นที่ธุรกิจการค้าที่สำคัญของไทยมานานกว่า 200 ปี ทั้งยังเป็นย่าน CBD ของชาวไทยเชื้อสายจีนแห่งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันติดอันดับ Top 10 ราคาที่ดินที่สูงสุดในประเทศไทยด้วยมูลค่าที่ดินสูงขึ้น 3.8% ต่อปี และราคาที่ดินโซนเสือป่า-เยาวราช มูลค่าที่ดินสูงขึ้น 3.5% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนมาจากกลยุทธ์ความแข็งแกร่งของบริษัทในการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพ ดีไซน์ รวมถึงการบริการ หรือ Sansiri Service ในการมอบบริการที่ดีที่สุดทั้งก่อนและหลังการขาย รวมไปถึง LIV-24 ที่ดูแลความปลอดภัยส่งตรงจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง มาตรฐานแสนสิริ พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลทุกจุดในโครงการ และพริวิเลจมากมายจากแสนสิริ แฟมิลี่ ซึ่งเมื่อรวมกับการนำเสนอแคมเปญที่สามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

พร้อมกับการออกแคมเปญ “แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน” ที่พัฒนามาจากความเข้าใจใน Customer Insight จากสถานการณ์อสังหาฯ ในภาวะปัจจุบัน ที่กลุ่มลูกค้ายังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยต่อเนื่องขณะที่มีการตัดสินใจที่มากขึ้นจากสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้งหมดจึงส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการปิดการขายโครงการและสร้างยอดขายที่ดีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของไตรมาส 2/2563

หลังจากบริษัทสร้างยอดขายไตรมาสแรกของปี 2563 สูงถึง 11,000 ล้านบาท นับว่าสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ และคิดเป็น 40% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่วางไว้ 29,000 ล้านบาท รวมทั้งเติบโตขึ้นเกือบ 70% จากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการนำเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 4,000 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีสภาพคล่องที่สูงจากการนำเงินทุนที่ได้มาพัฒนาโครงการใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและขยายการลงทุนได้อย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแสนสิริ รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ และมีกระแสเงินสด (Cash Flow) ที่ดี รวมถึงบริษัทยังมี Presale Backlog ที่พร้อมเป็นยอดขายที่สำคัญให้กับปีนี้และรองรับการเติบโตระยะยาวใน 4 ปีอีกถึง 49,100 ล้านบาท

ทั้งนี้สร้างความมั่นใจให้กับ SIRI ได้เป็นอย่างดีและเสริมความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์ของเศรษฐกิจ

อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาผลการดำเนินงานงบปี 2562 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 26,290.91 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 27,146.49 ล้านบาท แต่บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2,392.44 ล้านบาท หรือ 0.17 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,045.98 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น ปรับเพิ่มขึ้นจากอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 7.5 ของรายได้รวมในปี 2561

สิ่งสำคัญทางด้านค่า P/E อยู่ที่ 4.49 เท่า และค่า P/BV อยู่ที่ 0.35 เท่า ถือว่าต่ำ อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังคงต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้นที่ 2.19 บาท พร้อมกับอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน 10.53%

ถือว่าราคาหุ้นไม่แพงจึงเป็นจังหวะในการลงทุน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) 918,267,873 หุ้น 6.18%
  2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 907,477,529 หุ้น 6.11%
  3. UBS AG SINGAPORE BRANCH 893,424,080 หุ้น 6.01%
  4. บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 720,000,000 หุ้น 4.84%
  5. นายเศรษฐา ทวีสิน 658,799,534 หุ้น 4.43%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร, ประธานอำนวยการ
  2. นายเจษฎาวัฒน์ เพรียบจริยวัฒน์ รองประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
  3. นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  4. นายวันจักร์ บุรณศิริ กรรมการ
  5. นายธงชัย จิรอลงกรณ์ กรรมการ

Back to top button