ไทยลงขัน 3.3 ล้านบาท เข้ากองทุน “UN COVID-19” แสดงจุดยืน ร่วมมือนานาชาติสู้ “โควิด”

ที่ประชุม ครม. มีมติลงขัน 3.3 ล้านบาท เข้ากองทุน “UN COVID-19” แสดงจุดยืนร่วมสู้ "โควิด-19" กับนานาชาติ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (23 มิ.ย.63) ได้เห็นชอบการจัดทำข้อตกลงการบริหารจัดการกองทุน United Nations COVID-19 Response and Recovery Multi-Partner Trust Fund (UN COVID-19 MPTF) ซึ่งเป็นกองทุนระหว่างหน่วยงานของสหประชาชาติ สำหรับสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง ทั้งนี้ กองทุนฯ มีเป้างบประมาณจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีระยะเวลาในการบริหารกองทุน 2 ปี (จนถึง เม.ย.65)

โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงนามในข้อตกลงนี้ จะทำกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นไปเพื่อความโปร่งใสต่อแนวทางการบริหารจัดการเงินบริจาค โดย ครม.อนุมัติให้เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้ลงนามข้อตกลงของฝ่ายไทย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศอนุมัติการสนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนฯ จำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณปี 2563 ของกระทรวงการต่างประเทศ

“เป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมของไทยในกรอบสหประชาชาติ ในการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นโอกาสให้ไทยแสดงจุดยืน ในการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืนที่ไม่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” น.ส.รัชดา ระบุ

ทั้งนี้ สถานะ ณ เดือน มิ.ย.63 มีประเทศต่างๆ บริจาคเพื่อสนับสนุนกองทุนฯ แล้ว ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ และสโลวาเกีย