TACC ขาขึ้นต่อเนื่อง! บวกอีก 6% นิวไฮรอบ 2 ปีครึ่ง โบรกฯชี้กำไรปีนี้โตดี-แนะซื้อเป้า 7 บ.

TACC ขาขึ้นต่อเนื่อง! บวกอีก 6% นิวไฮรอบ 2 ปีครึ่ง โบรกฯชี้กำไรปีนี้โตดี-แนะซื้อเป้า 7 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ปิดเช้าวันนี้อยู่ที่ระดับ 5.80 บาท บวก 0.35 บาท หรือ 6.42% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 96.68 ล้านบาท  ราคาหุ้นแรงในรอบ 2 ปี ครึ่ง โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 5.80 บาท เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.62

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า TACCคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 7.00 บาท อิง 2021E PER ที่ 21.6x (เทียบเท่า -0.75SD 5-yr average PER 31.7x) จากการจัด Group conference call เมื่อวานนี้ มีประเด็นสำคัญดังนี้

1) รายได้ไตรมาส 2/63 จะได้รับผลกระทบจากมาตรการเคอร์ฟิวเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีผู้บริโภคน้อย,2) ผู้บริหารเชื่อว่าปี 2563 จะสามารถรักษาระดับ GPM ได้มากกว่า 30% (ประเมินไว้ที่ 31.5% เทียบ 2562 ที่ 30.7%), 3) ปัจจัยที่หลักที่จะช่วยหนุนรายได้ในปี 2563 คือการปรับกลยุทธ์การตลาด เพิ่มขนาดแก้วที่ใหญ่ขึ้น (แก้วใหญ่ 22 oz.) จากเดิมที่มีขนาดเดียว (แก้วเล็ก 16 oz.) ซึ่งในเดือน มิ.ย.63 ขยายโปรโมชั่นออกไปเพิ่มอีก 650 สาขา จากเดิมที่ 1,500 สาขา, 4) แผนขยายสินค้ารักสุขภาพ (Health&Wellness)

ล่าสุดได้จับมือ partner ที่ทำธุรกิจไร่ชาออแกนิค รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ Topping วุ้นว่านหางจระเข้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ที่ 177 ล้านบาท (+9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และปี 2564 ที่ 198 ล้านบาท (+12%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยกำไรยังมี upside จากการขยายสาขา 7-11 ไปยังประเทศกัมพูชา รวมถึงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง supplier ของ Tesco lotus ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 2/63 คาดว่าจะอยู่ในช่วงราว 30-35 ล้านบาท หดตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เทียบไตรมาสก่อนหน้า

ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและ outperform SET +35% ในช่วง 1 เดือน จากการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ทำให้ชั่วโมงการขายเครื่องดื่มใน 7-11 เพิ่มขึ้น ปัจจุบันเทรดที่ 2020E PER = 16.4x (-1SD below 5-yr average PER 31.4x) ซึ่งต่ำกว่า peer (PER 26.7x) ขณะที่กำไรปี 2020E/21E จะยังคงเติบโตที่ +9%/+12% ตามการขยายตัวของสาขา 7-11

คำค้น