สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ต.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 28,000 จุดเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) ขานรับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีอาการดีขึ้น และล่าสุดได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ รวมทั้งรายงานดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,148.64 จุด เพิ่มขึ้น 465.83 จุด หรือ +1.68% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,332.49 จุด เพิ่มขึ้น 257.47 จุด หรือ +2.32% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,408.63 จุด เพิ่มขึ้น 60.19 จุด หรือ +1.80%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) ที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวเกี่ยวกับสุขภาพที่ดีขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐหลังจากที่เขาติดเชื้อโควิด-19 และยังได้แรงหนุนจากความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.81% ปิดที่ 365.63 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,871.87 จุด เพิ่มขึ้น 46.99 จุด หรือ +0.97%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,828.31 จุด เพิ่มขึ้น 139.27 จุด หรือ +1.10% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,942.94 จุด เพิ่มขึ้น 40.82 จุด หรือ +0.69%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) โดยหุ้นกลุ่มน้ำมันที่พุ่งขึ้นช่วยหนุนตลาด หลังจากราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นขานรับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐมีอาการดีขึ้นหลังป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 และตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,942.94 จุด เพิ่มขึ้น 40.82 จุด หรือ +0.69%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 6% เมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีอาการดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 2.17 ดอลลาร์ หรือ 5.9% ปิดที่ 39.22 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 2.02 ดอลลาร์ หรือ 5.1% ปิดที่ 41.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12.5 ดอลลาร์ หรือ 0.66% ปิดที่ 1,920.1   ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 53.1 เซนต์ หรือ 2.21% ปิดที่ 24.56 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 13.3 ดอลลาร์ หรือ 1.49% ปิดที่ 904.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 53.40 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 2,378.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งรวมถึงหุ้น หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ ขานรับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีอาการดีขึ้นจากการป่วยด้วยโรคโควิด-19 รวมทั้งความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.35% แตะที่ 93.5166 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9160 ฟรังก์ จากระดับ 0.9205 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3268 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3302 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 105.72 เยน จากระดับ 105.37 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1774 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1712 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2971 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2931 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7174 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7158 ดอลลาร์สหรัฐ