พาราสาวะถี

ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนแต่ประการใดกรณี เหรียญทอง แน่นหนา อดีตแนวร่วมม็อบชัตดาวน์ประเทศนัดชุมนุมลานพระบรมรูปทรงม้าในเวลา 10 โมงเช้าวันนี้ พร้อมด้วยสโลแกน “เก็บขยะแผ่นดิน” คำถามคือ สถานที่ดังกล่าวสามารถจัดการชุมนุมได้หรือไม่ คนอย่างเหรียญทองย่อมรู้ดี หากเจ้าหน้าที่ปล่อยให้เข้าไปได้ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขหรือเปล่าที่ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เคยประกาศว่ารัฐประหารจะเป็นศูนย์ ถ้าไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

อรชุน

ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนแต่ประการใดกรณี เหรียญทอง แน่นหนา อดีตแนวร่วมม็อบชัตดาวน์ประเทศนัดชุมนุมลานพระบรมรูปทรงม้าในเวลา 10 โมงเช้าวันนี้ พร้อมด้วยสโลแกน เก็บขยะแผ่นดิน” คำถามคือ สถานที่ดังกล่าวสามารถจัดการชุมนุมได้หรือไม่ คนอย่างเหรียญทองย่อมรู้ดี หากเจ้าหน้าที่ปล่อยให้เข้าไปได้ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขหรือเปล่าที่ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เคยประกาศว่ารัฐประหารจะเป็นศูนย์ ถ้าไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

จำกันได้หรือไม่ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ก็เกิดเหตุที่มีการก่อม็อบสองม็อบแล้วก็เข้าทางของการให้ท็อปบู๊ตออกมาฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 จากนั้น 22 พฤษภาคม 2557 รัฐประหารทุบโต๊ะ ก็เกิดจากม็อบของฝั่งเหรียญทองที่ยึดทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ กับม็อบเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมกันบริเวณถนนอักษะ หนนี้หากเป็นไปตามที่ประกาศ หมายความว่ามีโอกาสที่จะเกิดการเผชิญหน้าแล้วสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

เข้าใจได้ว่าสิ่งที่คนอีกฟากฝั่งหนึ่งแสดงความไม่สบายใจคือเงื่อนไขข้อที่ 3 ของคณะราษฎร 2563 เรื่องการปฏิรูปสถาบัน เพราะได้ย้ำมาตลอดว่าพลังของขบวนการหนุ่มสาวจะยิ่งใหญ่ได้ต้องลดเงื่อนไขที่ทำให้เป็นจุดอ่อน ให้เดินหน้าเรียกร้องหนึ่งหรือสองข้อที่คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศเห็นด้วย เมื่อเลือกที่จะเล่นกับความอ่อนไหว ก็ต้องพร้อมที่จะรับกับแรงกระแทกที่จะถาโถมเข้าใส่ ความจริงทางด้านการข่าวมีประเด็นเรื่องคนจะเข้าไปยึดพื้นที่ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้าไปจนถึงสนามหลวงตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมแล้ว

เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันที่มีการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะมีประชาชนมาร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญกุศล และจิตอาสาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยที่มีรายงานว่าคนที่มาร่วมกิจกรรมทั้งหมดจะปักหลักเพื่อรอรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตในวันที่ 14 ตุลาคมด้วย

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเรื่องทางการข่าว ที่ความเป็นจริงก็คือ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังคนในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 95 กองร้อย และมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ปักหลักในที่ตั้งรอเป็นกองกำลังสนับสนุนในลักษณะเตรียมพร้อมเต็มที่ ขณะเดียวกันก็จะเห็นได้ว่าการประกาศตั้งด่านความมั่นคง 21 จุดนั้น ก็เพื่อที่จะตรวจสอบหรืออีกนัยหนึ่งคือการชะลอการเดินทางเข้ามาร่วมของมวลชนในวันดังกล่าว

ขณะที่ทางด้านการข่าวของสภาความมั่นคงแห่งชาติ “บิ๊กเล็ก” พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสมช. ก็ยืนยันว่าคนที่จะมาร่วมชุมนุมหนนี้ไม่แค่หลักหมื่นนิด ๆ ไม่ได้มากเท่าเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา แน่นอนว่า ในเชิงจิตวิทยาหรือการปฏิบัติการด้านการข่าวของฝ่ายความมั่นคงแล้ว ก็ต้องประเมินกันไปในทิศทางนี้ ส่วนฝ่ายที่จัดการชุมนุมก็คาดหวังว่าคนจะแห่แหนกันเข้าร่วมมากกว่าหนก่อน ถึงขั้นประกาศปักหลักค้างคืนกันล่วงหน้าเลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ได้เห็นเป็นการทำสงครามไอโออีกด้านของฝ่ายกุมอำนาจก็คือ การปรากฏข่าวประชาชนในหลายจังหวัดที่เป็นฐานของคนเสื้อแดง ออกมาให้ข่าวในทำนองที่ว่าไม่เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ เพราะมีประเด็นเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งก็ถือเป็นเหตุเป็นผลเพราะคนส่วนใหญ่ก็เป็นห่วงในกรณีนี้ ความจริงการนัดชุมนุมครั้งนี้จะเป็นไปในรูปแบบม้วนเดียวจบอย่างที่แกนนำประกาศ หากชูแค่ประเด็นกดดันให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจยอมลงจากตำแหน่ง

ถ้าจะยึดเอาบทเรียนในอดีตจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ซึ่งประสบชัยชนะนั้น ก็จะเห็นได้ว่าข้อเรียกร้องอันเป็นเงื่อนไขสำคัญนั้น สร้างแนวร่วมจากทุกหมู่เหล่าได้อย่างแข็งขัน แต่หนนี้ยังมีข้อคำถามและเต็มไปด้วยความกังวล จึงถือเป็นการลดทอนพลังที่ควรจะเป็นไปมากทีเดียว ซึ่งพอเข้าใจได้ว่า ระดับแกนนำของขบวนการหนุ่มสาวหลายคนนั้น มีศาสดาที่ตัวเองนับถือ ยกย่องปักหลักเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ โดยที่คนเหล่านั้นย่อมไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีพวกฮาร์ดคอร์ที่คอยยุส่ง เมื่อแกนนำสุดโต่งและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไม่มีอะไรผิดกฎหมาย ในขณะที่อีกด้านก็มั่นใจว่ามีพลังอันยอดเยี่ยมคอยสนับสนุน จึงไม่เกรงกลัวต่อเสียงทัดทาน คัดค้านของฝ่ายที่สนับสนุนแต่ไม่อยากให้มีจุดโหว่ถูกทำลายความน่าเชื่อถือได้โดยฝ่ายจากฝ่ายตรงข้าม เมื่อเป็นเช่นนี้ การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ จึงเต็มไปด้วยคำถาม หากจะให้คำนิยามก็ต้องบอกว่า ไม่เป็นเหมือนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่จะต้องติดตามในวันนี้ นอกเหนือจากมวลชนที่จะเข้าร่วมแล้ว ต้องดูท่าทีของแกนนำว่าจะกำหนดวิธีการขับเคลื่อนกันแบบไหน รวมไปถึงดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามว่าจะใช้กลยุทธ์กันอย่างไร ความจริงสิ่งที่ วิษณุ เครืองาม ตอบคำถามนักข่าวเรื่องม็อบบุกทำเนียบฯ น่าจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน กับคำตอบที่ว่า วันดังกล่าวคณะรัฐมนตรีไม่มีใครอยู่ ทุกคนไปทำกิจกรรมจิตอาสานอกพื้นที่ทั้งหมด

ความจริงหากจะอ่านสถานการณ์ของวันนี้ทั้งหมด ก็ต้องดูความเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงค่ำคืนที่ผ่านมาว่ามีอะไรที่ผิดสังเกตหรือไม่ บางรายถึงขนาดที่ว่าภาวนาขอให้พระสยามเทวาธิราชได้ปกปักษ์รักษาให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบสุข อย่าได้ให้เหตุการณ์เลวร้ายใด ๆ เกิดขึ้นมาในห้วงเวลานี้อีกเลย เรื่องอย่างนี้บางทีมันก็อยู่ที่คนและคณะบุคคลด้วยว่าต้องการแบบไหน หากเห็นความตายและกลิ่นคาวเลือดเป็นของธรรมดาก็ต้องทำใจ แต่หากเห็นว่ายังมีหนทางที่จะรักษาประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยการเจรจา พูดคุย ก็ต้องเดินไปในทางนั้น นาทีนี้เราในฐานะคนธรรมดาคงได้แต่ภาวนากันเท่านั้น