สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 20 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 20 ต.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า พรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกหลังจากบริษัทโมเดอร์นาเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐอาจอนุญาตให้มีการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉินในเดือนธ.ค.นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,308.79 จุด เพิ่มขึ้น 113.37 จุด หรือ +0.40% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,443.12 จุด เพิ่มขึ้น 16.20 จุด หรือ +0.47% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,516.49 จุด เพิ่มขึ้น 37.61 จุด หรือ +0.33%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการรอบใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรปหลัง Brexit ส่งผลกดดันตลาดด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.35% ปิดที่ 365.51 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,929.28 จุด ลดลง 13.34 จุด หรือ -0.27%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,736.95 จุด ลดลง 117.71 จุด หรือ -0.92% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,889.22 จุด เพิ่มขึ้น 4.57 จุด หรือ +0.08%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความหวังเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป (อียู) ภายในสิ้นปีนี้ แต่ตลาดปรับตัวขึ้นไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้นในบางพื้นที่ของอังกฤษเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,889.22 จุด เพิ่มขึ้น 4.57 จุด หรือ +0.08%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 63 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 41.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 43.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.7 ดอลลาร์ หรือ 0.19% ปิดที่ 1,915.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 28.2 เซนต์ หรือ 1.14% ปิดที่ 24.98 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 13.8 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 877.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 60.20 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 2,417.70 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.41% แตะที่ 93.0615

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9064 ฟรังก์ จากระดับ 0.9100 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3118 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3181 ดอลลาร์แคนาดา หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์ทรงตัวที่ระดับ 105.44 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1827 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1766 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2942 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2947 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7064 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7062 ดอลลาร์สหรัฐ