STARK โยน “บิ๊กล็อต” เพิ่ม Free Float ลุ้นหุ้นรีบาวด์กลับรับกำไรปีนี้โต 4 เท่าตัว!

STARK โยน “บิ๊กล็อต” เพิ่ม Free Float ลุ้นหุ้นรีบาวด์กลับรับกำไรปีนี้โต 4 เท่าตัว!

บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK โดย นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ กรรมการ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ได้ชี้แจงเกี่ยวกับแผนการเพิ่มสัดส่วนการกระจายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยตามหลักเกณฑ์การกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยของตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 28 ก.ย.63 แล้วนั้น

บริษัทฯ ขอแจ้งความคืบหน้าการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ดังนี้

  1. บริษัทฯ ได้หารือกับ นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เกี่ยวกับการดำเนินการกระจายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ในบริษัท ฯ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ตามสารสนเทศที่บริษัทฯ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ มาก่อนหน้านี้
  2. เมื่อวันที่ 28 ต.ค.63 บริษัทฯ ได้รับแจ้งจากนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ว่าได้ดำเนินการกระจายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ในบริษัทฯ ให้แก่นักลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมจำนวน2,250,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 9.45 ของจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ในราคาที่คำนวณมาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) โดยภายหลังการจำหน่ายหุ้นในครั้งนี้ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.40ของจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ(ข้อมูลตามสารสนเทศของบริษัทฯ ณ วันที่ 28 พ.ค.63) เป็นร้อยละ 20.85 ของจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งครบตามหลักเกณฑ์ การกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยของตลาดหลักทรัพย์
  3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าวเป็นไปเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ตามแนวทางที่บริษัทฯ ชี้แจง ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารงาน ตลอดจนนโยบายการด าเนินธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด

ด้านนายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ STARK เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจขายหุ้นบิ๊กล็อตให้กับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ กองทุน และนักลงทุน VI จำนวนทั้งสิ้น 2,250 ล้านหุ้น ซึ่งทำให้ฟรีโฟรตเพิ่มขึ้นเป็น 20.85% ถือเป็นการปลดล็อกปัญหาได้ในทันที และจะทำให้บริษัทเข้าคำนวณในดัชนี SET50 เนื่องจากมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ และในอนาคตมีโอกาสได้เข้าคำนวณในดัชนี MSCI เนื่องจากหุ้นมีสภาพคล่องมากขึ้น

“ก่อนที่เราจะขายหุ้นบิ๊กล็อตในครั้งนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินของเราได้มีการสำรวจความต้องการของนักลงทุน ซึ่งปรากฏว่ามีการจองซื้อเข้ามาเกินกว่าจำนวนที่เราต้องการขาย เนื่องจากนักลงทุนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจของ STARK ที่แนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด หลังขยายการลงทุนในต่างประเทศ”นายชนินทร์ กล่าว

นายชนินทร์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าจะโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยบริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และการผลิตสายไฟในเวียดนาม ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/63 ก็มีทิศทางที่ดีจากฤดูกาลสั่งซื้อสายไฟจากหน่วยงานการไฟฟ้า ที่จะออกมาค่อนข้างมากในช่วงนี้

ทั้งนี้ ธุรกิจสายไฟของ STARK ในปัจจุบัน ถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน โดยลงทุนผ่าน บริษัท เฟ้ลปส์ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ล่าสุด ในช่วงไตรมาส 2/63 STARK เข้าซื้อกิจการธุรกิจสายไฟขนาดใหญ่ในเวียดนาม บริษัท Thinh Phat Cables JointStock Company (thipha) และ บริษัท Dong Viet Non-Ferrous Metal And Plastic Joint Stock Company (dovina) ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก

อย่างไรก็ดี บล.แลนด์แอนด์เฮาส์ ระบุว่า จากผู้บริหารมีแผนขยายธุรกิจเชิงรุกอีกหลายโครงการ ทั้งจาก Phelps Dodge ที่เข้าไปซื้อกิจการประเภทเดียวกันในเวียดนาม ซึ่งจะเริ่มรับกำไรจากธุรกิจที่เวียดนามตั้งแต่งวดไตรมาส 2/63 รวมถึงที่เวียดนามเริ่มรับรู้การจำหน่ายสายไฟฟ้าประเภท Submarine Cable ขณะที่ยังเพิ่มการส่งออกยังประเทศอื่นด้วย และได้รับอานิสงส์จากโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินของกทม. ประมาณ 3 พันล้านบาท และ Synergies จากการควบรวมกิจการ ทำให้สามารถต่อรองซื้อทองแดงในราคาถูกลง รวมทั้งยังมีแผนซื้อกิจการเพิ่มเติม ซึ่งคาดจะช่วยให้เห็นการเติบโตของกำไรก้าวกระโดดในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ประเมินกำไรปี 63 เบื้องต้นที่ 1,200 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 4 เท่าตัว และจะเพิ่มขึ้นอีก 40% ในปีถัดไป จากแผนขยายธุรกิจเชิงรุก ขณะกำไรต่อหุ้นปีนี้จะอยู่ที่ 0.05 บาท และปีหน้าจะอยู่ที่ 0.08 บาท ดังนั้นมูลค่าพื้นฐานจะอยู่ที่ 2.56 บาท มี upside จากราคาปัจจุบัน 23% อย่างไรก็ตามหากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นมากในระดับหนึ่ง อาจจะมีแรงขายจำนวนมากออกมาจากผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อเพิ่ม free float จึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

คำค้น