SET สัปดาห์นี้ไซด์เวย์-เผชิญความเสี่ยงการเมือง แนะสะสมหุ้น 3 ธีมเด่นลงทุนยาว

SET สัปดาห์นี้ไซด์เวย์-เผชิญความเสี่ยงการเมือง แนะสะสมหุ้น 3 ธีมเด่นลงทุนยาว

Weekly outlook: “Sideways” ต้าน 1408/1420 จุด รับ 1375/1365 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ (23-27พ.ย.63) • (+/*) Vaccine : ความคืบหน้าวัคซีนของ Pfizer (ป้องกันไวรัสได้ถึง 95%), Moderna(ป้องกันไวรัสได้ถึง 94.5%) และ AstraZeneca (วัคซีนปลอดภัย และสร้างภูมิคุ้มกันได้ในทุกช่วงอายุ) เพิ่มความคาดหวังที่จะยับยั้งการแพร่ระบาด ซึ่งในปัจจุบันค่อนข้างหนักหน่วง ทั้งสหรัฐฯที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งใกล้ทำ All time High และญี่ปุ่นทีเกิด 3rd Wave แต่อย่างไรก็ดี Nomura ประเมินกว่าวัคซีนจะกระจายได้ทั่วถึงนั้นจะเป็นช่วงกลางปีหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว

  • (*/-) US Stimulus : นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลัง ต้องการดึงวงเงินจากโครงการเงินกู้ฉุกเฉิน (Emergency Lending Programme) ของ FED ในส่วนที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายกลับเข้าคองเกรส โดยหลากหลายโครงการจะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ทำให้นักลงทุนกังวลว่ามาตรการช่วยเหลือจาก FED จะไม่เพียงพอที่จะเยียวยาเศรษฐกิจ จะยิ่งทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอลงไปอีก
  • (*) Bath Weakening Trend : ธปท.ออกมาตรการดูแลค่าเงินเพื่อชะลอการแข็งค่าไวของค่าเงินบาท แต่ตลาดอาจไม่เชื่อมั่นต่อมาตรการดังกล่าว ทำให้ค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น โดยประเมินปัจจัยที่จะมีผลต่อทิศทางค่าเงิน น่าจะเป็นประเด็นการเมือง และแนวโน้มของค่าเงินดอลล่าร์มากกว่า
  • (*/-) TH Export : 23 พ.ย.นี้ ติดตามรายงานตัวเลขส่งออกไทยเดือนต.ค.Consensus คาดที่ -6.0% หดตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ -3.86% คาดเป็นผลมาจากSecond Wave ในหลายประเทศที่เริ่มขึ้นช่วงปลายก.ย.-ต้นต.ค. ทำให้เกิดการใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
  • (*/-) TH Politic : ความเสี่ยงทางการเมืองยังคงเป็น Overhang หลักภายใน หลังรัฐสภาไม่รับร่างรธน.ฉบับประชาชน ท าให้กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมเดินหน้าชุมนุมต่อในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ขณะที่นายกฯประยุทธ์เผยเตรียมเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการชุมนุม บ่งชี้อุณหภูมิการเมืองสูงขึ้น กดดันตลาดหุ้นไทยได้
  • (*) Key to Watch : ติดตาม 1)ตัวเลข Manufacturing PMI เบื้องต้น ของสหรัฐฯยุโรป และอังกฤษ ที่จะรายงาน 23พ.ย. ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มหดตัวลง จากการเกิดSecond Wave 2)รายงานFOMC Minutes 25ต.ค.จับตามุมมองต่อสหรัฐฯเพิ่มเติม

กลยุทธ์การลงทุน : เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ขณะที่ภายในยังเผชิญความเสี่ยงการเมือง คาดยังคงทำให้ตลาดแกว่งในกรอบ ให้ใช้จังหวะตลาดพักตัว ทยอยเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย 10% สู่ 35% เพื่อระยะยาว กลยุทธ์แนะสะสมกลุ่ม Food (TU, CPF, GFPT) Semi-Conductor (KCE, HANA, DELTA, SMT) Petro (TOP, IRPC, PTTGC, BCP) และกลุ่มที่ Earnings ดี (HTC, JMT, JMART, XO, ICHI, M)

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ GULF, KCE, CPF ส่วนสัปดาห์ก่อน JMT, KCE, HTC ให้ผลตอบแทน -2.31% แย่กว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน 3.18%

1) GULF(TP37.5): ภาพธุรกิจเติบโตชัดเจนระยะ 5 ปี+ นโยบาย Biden

2) KCE(TP42): แนวโน้มกำไรไตรมาส 4 และปี2021 เชิงบวก

3) CPF(TP29): กำไร 4Q20 ดีต่อ + ได้รับผลกระทบจำกัดจาก 2nd Wave

คำค้น