“ศบค.” วาง 3 มาตรการสกัด “โควิด” ปท.เพื่อนบ้าน คืนความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

“ศบค.” วาง 3 มาตรการสกัด “โควิด” ปท.เพื่อนบ้าน คืนความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กวันนี้ (9 ธ.ค.63) ได้มีการหยิบยกประเด็นที่มีการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติแล้วภายหลังตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจในจังหวัดท่องเที่ยวของไทยที่อยู่ติดกับแนวชายแดนได้รับผลกระทบ

ดังนั้น ที่ประชุม ศบค.ได้มีการวางมาตรการ 3 ระดับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว

ระดับที่ 1 ระดับประเทศ ทั้งในส่วนของเมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย จะให้หน่วยงานงานภาครัฐประสานงานกันระหว่างประเทศ ในการใช้มาตรการควบคุมและป้องกันโรคเป็นหลัก พร้อมเน้นย้ำการดูแลป้องกันและการปฏิบัติตัวในสถานบันเทิง และคาสิโน โดยมอบมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทำหน้าที่ประสานงานกัน

ระดับที่ 2 ระดับชายแดน โดยให้นายอำเภอ, อสม. ตลอดจน เจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. มีบทบาทหลักในการทำหน้าที่เฝ้าระวังผู้แปลกหน้าที่เดินทางเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

ระดับที่ 3 ระดับเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล และที่สำคัญคือการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด ทั้งการใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ และการเว้นระยะห่าง เป็นต้น

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการลักลอบเข้าเมืองมาทางจังหวัดในภาคอีสานอีก 58 รายนั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน แต่จะไม่ใช้เวลานาน โดยจะรีบผลักดันให้กลับออกนอกประเทศต่อไป

โฆษก ศบค. ยังย้ำด้วยว่า ผู้ใดที่เดินทางจากเมียนมาเข้ามาในประเทศไทย ระยะเวลาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. โดยไม่ได้เข้ารับการกักตัวขอให้มาแสดงตัว โดยเฉพาะผู้ที่มาจากสถานบันเทิง หรือคาสิโนที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ เพื่อจะได้มีการตรวจติดตามอาการ เพราะหากนับระยะเวลาจากวันที่พบผู้ป่วยรายแรกจากท่าขี้เหล็กที่เข้ามาไทยจนถึงปัจจุบัน จะยังไม่ครบระยะ 14 วัน ดังนั้นจึงยังไม่สามารถวางใจได้

“ถ้าท่านที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเมียนมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว (พ.ย.) ตอนนี้อยู่ที่จังหวัดไหน อำเภอไหนในประเทศไทย ขอให้ท่านแสดงตัว และเข้ามาตรวจได้…ขอร้องท่านที่ไปในช่วงนั้น เพราะเรายังไม่พ้น 14 วันนับตั้งแต่ที่เจอรายแรก (จากท่าขี้เหล็ก)” โฆษก ศบค.ระบุ