พาราสาวะถี

เพราะมีบทเรียนมาจากเราไม่ทิ้งกันที่จู่ ๆ ก็ประกาศจะแจกเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นเงิน 5 พันบาทด้วยฐานตัวเลขผู้ที่จะได้รับเงิน 3 ล้านกว่าคน ที่จนวันนี้ผู้ที่รับผิดชอบโครงการเปิดตูดทิ้งเก้าอี้กันไปแล้วก็ยังไม่มีคำอธิบายว่า ไปเอาตัวเลขเหล่านั้นมาจากไหน เพราะสุดท้ายโครงการดังว่า ต้องขยายฐานคนได้รับเงินเยียวยาไปจบกันที่ตัวเลขเกือบ 20 ล้านคน ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการแจกโดยไม่คิดหรืออีกนัยคือขนาดแจกเงินยังโดนด่า

อรชุน

เพราะมีบทเรียนมาจากเราไม่ทิ้งกันที่จู่ ๆ ก็ประกาศจะแจกเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นเงิน 5 พันบาทด้วยฐานตัวเลขผู้ที่จะได้รับเงิน 3 ล้านกว่าคน ที่จนวันนี้ผู้ที่รับผิดชอบโครงการเปิดตูดทิ้งเก้าอี้กันไปแล้วก็ยังไม่มีคำอธิบายว่า ไปเอาตัวเลขเหล่านั้นมาจากไหน เพราะสุดท้ายโครงการดังว่า ต้องขยายฐานคนได้รับเงินเยียวยาไปจบกันที่ตัวเลขเกือบ 20 ล้านคน ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการแจกโดยไม่คิดหรืออีกนัยคือขนาดแจกเงินยังโดนด่า

ดังนั้น โครงการเราชนะที่จะจ่ายเงินเยียวยา 2 เดือนคนละ 3,500 บาทต่อเดือน จึงกำหนดฐานคนได้รับชัดเจนว่า 31.1 ล้านคน ซึ่งก่อนที่ครม.จะเคาะก็มีการส่งสัญญาณและชี้แจงมาแล้วจาก สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เหตุที่จ่ายน้อยและไม่นาน เพราะรอบนี้มีผู้ได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากไม่มีการล็อกดาวน์เหมือนคราวระบาดระลอกแรก แต่ก็ยังไม่วายมีเสียงทักท้วง ไหน ๆ ก็จะแจกแล้วทำไมต้องขีดวงคนที่จะได้รับด้วย

โดยเหตุผลของคนที่เรียกร้องก็คือ ผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกนี้ขยายเป็นวงกว้าง แม้จะไม่มีการล็อกดาวน์ ปล่อยให้ทำกิจกรรมได้แทบจะเหมือนปกติ แต่บรรยากาศและอารมณ์ในการที่จะจับจ่าย ใช้สอยของผู้คนไม่ได้เป็นไปในลักษณะเช่นนั้นด้วย เหมือนมีการล็อกดาวน์ส่วนบุคคลไปในตัว ดังนั้น กลุ่มบุคคลที่ถูกขีดเส้นไว้ตามกรอบที่ครม.อนุมัติมา จึงเป็นผู้ที่เสียโอกาสทั้งที่คนเหล่านั้นก็ได้รับความเดือดร้อนจากความผิดพลาดของภาครัฐเหมือนกัน

สรุปคือกลุ่มที่จะไม่ได้รับเงินเยียวยาหนนี้ประกอบไปด้วยผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 แห่งกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง ข้าราชการการเมือง ผู้รับบํานาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ ผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาทในปีภาษี 2562 และผู้ที่มีเงินฝากรวมทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไขประกอบไปด้วย กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินในบัตร 200 บาทต่อเดือน จํานวนไม่เกิน 10,127,587 คน คนละ 3,200 บาท รวมจํานวน 31,408.2784 ล้านบาท กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีรายได้ระหว่าง 30.000100,000 บาทต่อปีได้รับ เงินในบัตร 300 บาทต่อเดือน จํานวนไม่เกิน 3,610,436 คน คนละ 3,300 บาท รวมจํานวน 11,914.4388 ล้านบาท

ผู้ที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกันสําเร็จ และผ่านการยืนยันตัวตน ภายในวันที่ 27 มกราคม 2564 และกลุ่มที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูลจํานวน 17,361,977 คน คนละ 3,500 บาทต่อเดือน รวมจํานวน 12,153,383,900 ล้านบาท ทั้งนี้ เงินเยียวยาดังกล่าวไม่สามารถเบิกเงินสดได้ โดยต้องนําไปใช้ผ่านระบบเพื่อชําระค่าสินค้า เครื่องดื่ม อาหาร และบริการต่าง ๆ แต่ไม่รวมถึงสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือยาสูบที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น

เมื่อขยายฐานคนที่จะได้รับประโยชน์เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ เสียงโวกเวกโวยวายเหมือนกรณีเราไม่ทิ้งกันคงไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือหากมีก็จะน้อยเต็มที แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การเยียวยานั้นทั่วถึงและผู้เดือดร้อนตัวจริงต้องได้รับอย่างแท้จริง คือการตรวจสอบผู้ที่เดือดร้อนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบลงทะเบียนของภาครัฐได้ คนเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ที่ขาดโอกาสทั้งที่ควรจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในสถานการณ์เช่นนี้

ถูกถามเรื่องวัคซีนก็อธิบายเป็นวรรคเป็นเวร ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจย้ำในสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นที่รัฐบาลต้องควบคุมและไม่ใช่ปล่อยให้นำเข้าสุ่มสี่สุ่มห้า คนไม่ได้ต่อว่าในประเด็นนี้หากเป็นสถานการณ์ปกติ แต่ภายในสถานการณ์การระบาดที่เกิดจากความบกพร่องผิดพลาดของฝ่ายรัฐเองนั้น แทนที่จะพิจารณาการนำเข้าแต่เพียงบริษัทเดียว ควรจะต้องเปิดช่องทางให้มีความหลากหลายเป็นทางเลือกมากขึ้นได้หรือไม่ และไม่ได้หมายความว่าใครจะนำเข้ามาก็ได้

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องไปตีโพยตีพายและโทษสื่อด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ยิ่งได้ฟังผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจฝากให้สื่อไปดำเนินการ โดยบอกว่าสื่อเองก็สอนให้คนมีวินัยด้วย ตนขอแค่นั้น อย่าสอนให้คนไม่มีวินัย ซึ่งสื่อก็ต้องเรียนรู้ไปด้วยกันไม่เช่นนั้นก็เป็นแบบเดิม พูดคนละภาษา  ก็ไม่รู้ว่าท่านพูดไปโดยลืมตักน้ำใส่กะโหลกหรือเปล่า

อยากจะถามกลับดัง ๆ ว่า ก็พวกคนที่มีวินัยที่ท่านผู้นำยกย่องนักหนานั่นไม่ใช่หรือ ที่ปล่อยให้มีแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าประเทศ จนเป็นต้นตอของการระบาดของโรคที่หนักหน่วงอยู่เวลานี้ แล้วแพร่กระจายเชื้อด้วยบ่อนพนันที่ไม่ต้องถามว่าเกิดจากคนพวกไหนที่ปล่อยให้มีการลักลอบเล่นกัน อย่าทำตัวเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล รู้อยู่แก่ใจตัวเองดีว่า การระบาดระลอกสองนั้นเกิดจากความมักมาก เห็นแก่ได้ของพวกไหน พวกเฮงซวยเหล่านี้ต่างหากที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจควรกระชากหน้ากากและประจานต่อสังคม

เช่นเดียวกัน ต่อเนื่องในการพูดก่อนประชุมครม.วันวานสาระสำคัญในการทำงานมีเยอะมากในแต่ละเรื่อง มีข้อปลีกย่อยเยอะ จึงขอให้ช่วยกันคิดและศึกษาจะได้ทำความเข้าใจไปพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นประชาชนอ่านสื่อแล้วไม่เข้าใจ “ผมไม่โทษพวกท่านหรอก แต่ท่านต้องพัฒนาให้ตรงกับที่เราคิดว่าใช่หรือไม่ใช่ ถูกหรือไม่ถูก สื่อเสนอไปผมไม่ว่า แต่ถ้าเสนอไม่ตรงเลยแบบนี้ก็ลำบาก วันนี้ขยะพิษหน้ากากพิษจากการป้องกันโควิดเยอะอยู่แล้ว อย่าสร้างขยะอย่างอื่นขึ้นมาอีก พวกขยะสังคมอะไรพวกนี้

ประโยคหลังนี่แหละ ที่ต้องบอกให้ท่านผู้นำกลับไปตักน้ำใส่กะโหลกอีกกระทอก ใครกันคือพวกขยะสังคม พวกที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ พวกที่รับเงินสีดำโดยทำให้ความปลอดภัยของประชาชนต้องเสียไป รวมถึงความเสียหายอย่างย่อยยับในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คนคาดหวังจะเห็นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คนเหล่านี้ไม่ใช่หรือที่สมควรจะต้องถูกประณามและน่าจะเป็นพวกขยะสังคมโดยแท้ แต่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจกลับไม่เร่งรัดดำเนินการอะไร ใครกันที่ควรถูกตำหนิ