PJW ทะยานไม่หยุด! พุ่งอีก14% ลุ้นปี 64 ยอดขายโต 8% มุ่งลดต้นทุน-ยานยนต์ฟื้นหนุน

PJW ทะยานไม่หยุด! พุ่งอีก14% ลุ้นปี 64 ยอดขายโต 8% มุ่งลดต้นทุน-ยานยนต์ฟื้นหนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW ณ เวลา 11.11 น. อยู่ที่ระดับ 2.54 บาท บวก 0.32 บาท หรือ 14.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 43.93 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW กล่าวว่า ปี 2564 คาดยอดขายจะเติบโตประมาณ 5-8% โดยจะมาจากการลดต้นทุน ที่จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงกระแสของอุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับมาดีขึ้น ซึ่งคาดจะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ประมาณ 70% และกลุ่มชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ประมาณ 30%

ขณะเดียวกันคาดว่าน่าจะคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ หลังจากที่การพัฒนาวัคซีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจะส่งผลให้ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งธุรกิจในประเทศจีนจะกลับมาดีขึ้น ส่วนธุรกิจในประเทศไทยจะมีการเติบโตได้มากขึ้น ดังนั้นในปี 2564 จะดีกว่าปี 2563 และจะดียิ่งขึ้นในปี 2565 แม้จะมีการลงทุนน้อยลง

“ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้บริษัทมี นโยบายลดต้นทุน และบริหารประสิทธิภาพกำลังการผลิตจนสามารถมีผลประกอบการเป็นบวกได้ สำหรับโรงงานพ่นสี คาดว่าใน ปี 2564 จะสามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break Even) และในปี 2565 จะเริ่มทำกำไรได้ หลังอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ซึ่งอาจจะล่าช้าไปประมาณ 1 ปีจากแผนเดิม จากผลกระทบโควิด-19” นายวิวรรธน์ กล่าว

ด้านตลาดบรรจุภัณฑ์น้ำมันและน้ำมันหล่อลื่นจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ หลังจากผู้ผลิตรถยนต์เริ่มทยอยเปิดโรงงานเป็นปกติแล้ว โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ประมาณ 45% ขณะที่ชิ้นส่วนยานยนต์ มีมาร์เก็ตแชร์ ประมาณ 10-15% ด้วยคุณภาพและมีความสามารถในการแข่งขันสูง ในส่วนของบรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยวได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงเติบโตจากตลาดส่งออก สำหรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน ประกอบด้วย คุณภาพสินค้า การตรงต่อเวลา การทำงาน 24 ชั่วโมง มีความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิต และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

นางพริม ชัยวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน PJW กล่าวว่า ในปี 2564 อยู่ระหว่างการทำแผนธุรกิจ โดยกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์จะกลับมาที่ฐานเดียวกันในปี 2562 หากไม่มีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่จะมาส่งผลให้ยอดขายถูกเลื่อนออกไป

คำค้น