“ฮอร์มุซ” สัญญาณบวก! เรือผ่านเพิ่ม 9 ลำ “กรุงศรี” ชี้หนุนหุ้นพลังงานปลายน้ำ

บล.กรุงศรี ระบุว่าจำนวนเรือขนส่งที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 9 ลำ จากวันก่อนหน้า และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง มองเป็นสัญญาณว่าการขนส่งเริ่มฟื้นตัว ซึ่งช่วยหนุนจิตวิทยาบวกต่อตลาดหุ้นโลกและดัชนี SET พร้อมมองบวกต่อหุ้นกลุ่ม Anti Commodity


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ การติดตามสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz Strait Monitor) ล่าสุดวันนี้มีเรือขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจำนวน 9 ลำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง และเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 1 ลำ

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของโลก หรือประมาณ 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเมื่อเทียบกับระดับปกติก่อนเกิดสงคราม พบว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ลำ

โดยฝ่ายนักวิเคราะห์ประเมินว่า จำนวนเรือขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถือเป็น Leading Indicator โดยการเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบรายวัน (เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า) สอดคล้องกับข่าวที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศชัดเจนว่า ช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดให้เรือทุกลำผ่านได้ ยกเว้นเรือจากสหรัฐฯ และอิสราเอล” ซึ่งมองเป็นสัญญาณชี้นำว่าการขนส่งเริ่มมีการฟื้นตัว

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ประเมินผลต่อสินทรัพย์ต่าง ๆ ในระยะถัดไปว่า ราคาพลังงาน น้ำมัน และก๊าซ มีแนวโน้มอ่อนตัวลง และมองเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดหุ้นโลกและดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

สำหรับมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น ฝ่ายนักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นที่ได้อานิสงส์ ได้แก่ กลุ่ม Anti commodity อาทิ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, กลุ่มสายการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA,

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ซึ่งคลายความกังวลเรื่อง Feed Stock ขาดแคลน

Back to top button