XO โตแกร่ง!

มีการวิเคราะห์ว่า XO จะยังคงรักษาผลประกอบการในปี 64 เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง มีการคาดกำไรอยู่ที่ 373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์ว่า บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO จะยังคงรักษาผลประกอบการในปี 2564 เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง มีการคาดกำไรอยู่ที่ 373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้รวมยังคงโตต่อเนื่องอยู่ที่ 1,411 ล้านบาท โดยคาดว่ากลยุทธ์ใหม่ของบริษัท (listing fee) จะสามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี 2564

ประกอบกับ คาดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 41% ดีขึ้นจากปี 2563 ที่ 40.6% เป็นผลจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำและได้ทำสัญญาซื้อขายวัตถุดิบยาวถึงสิ้นปี 2564 และคาด SG&A to sale ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 14.0% เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะยังไม่สามารถจัดการแสดงสินค้าในต่างประเทศได้ โดย SG&A จะมีเพียงค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมเข้ามาเพิ่มขึ้นราว 10 ล้านบาท

ส่วนผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,275.44 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 999.27 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 318.48 ล้านบาท หรือ 0.75 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 121.99 ล้านบาท หรือ 0.30 บาทต่อหุ้น

สาเหตุหลักเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ผู้บริโภคหันมาทำอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้น ดังนั้นความต้องการซอสปรุงรสในการประกอบอาหารจึงมีการขยายตัว ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านค้าปลีกซึ่งจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัท

พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร

สิ่งสำคัญเมื่อวิเคราะห์ฐานะทางการเงินเพื่อเป็นตัวแปรในการตัดสินใจต่อการลงทุน พบว่า ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 672.25 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 184.57 ล้านบาท ได้ค่า Current Ratio อยู่ที่ระดับ 3.64 เท่า แสดงว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมากพอสมควร

ส่วนปัญหาหนี้สินของบริษัทยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวม 217.69 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 1,026.68 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.21 เท่า แสดงว่าบริษัทยังคงไร้ปัญหาหนี้สินใด ๆ มารบกวน

ขณะเดียวกัน ทางบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดผลการดำเนินงานประจำปี 2563 (งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2563 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563) เป็นการจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.44 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือขึ้นเครื่องหมาย (XD) วันที่ 9 มี.ค. 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พ.ค. 2564

ท้ายสุด บล.เคทีบีเอสที แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นางสร้อยเพชร จันทรัช 98,068,432 หุ้น 23.09%
  2. น.ส.วาสนา จันทรัช 60,800,557 หุ้น 14.31%
  3. นายจิตติพร จันทรัช 50,717,600 หุ้น 11.94%
  4. นายวัฒนา จันทรัช 35,026,258 หุ้น 8.25%
  5. นายคเชนทร์ เบญจกุล 29,202,214 หุ้น 6.87%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายบรรพต หงส์ทอง ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
  2. \นายวัฒนา จันทรัช ประธานกรรมการบริหาร, รองประธานกรรมการ
  3. นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  4. นางสร้อยเพชร จันทรัช กรรมการ
  5. น.ส.วาสนา จันทรัช กรรมการ