“ศบค.” เคาะข้อกำหนด พท.สีแดง 18 จว. ห้าง-ร้านอาหาร เปิดถึง 3 ทุ่ม ผับบาร์ปิดยาว 14 วัน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วันนี้ (16 เม.ย.64) ว่า ที่ประชุม ศบค. ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน มีมติปรับระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น ชลบุรี เชียงใหม่ ตาก นครปฐม นครราชสีมา นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต ระยอง สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี อุดรธานี

ส่วนอีก 59 จังหวัดที่เหลือเป็นพื้นที่ควบคุม

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ศบค. ยังได้ประกาศ (ร่าง)ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 20) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้อ 1.ห้ามดำเนินการหรือจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค

(1) ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียน สถาบันการศึกษาทุกประเภท จัดการเรียนการสอน สอบ ฝึกอบรม หรือทำกิจกรรมใดๆที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

(2) ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลมากกว่า 50 คน เว้นได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ 2.ปิดสถานบริการ หรือสถานที่เสี่ยงแพร่โรค ทั่วราชอาณาจัก อาทิ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด อย่างน้อย 14 วัน

ข้อ 3.กำหนดพื้นที่สถานการณ์ เขตพื้นที่สถานการณ์ เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ  โดยจำแนกตามเขตพื้นที่ ดังนี้

– พื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด

– พื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด

ข้อ 4.มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามพื้นที่สถานการณ์

(1) พื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด

– ให้นั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น. และจำหน่ายกลับบ้านได้จนถึง 23.00 น.

– ห้ามนั่งดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ในร้าน

– ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ถึง 21.00 น. พร้อมจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ

– ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ แต่ไม่เกิน 23.00 น. ส่วนร้านหรือสถานที่ที่ตามปกติเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดดำเนินการได้ในเวลา 04.00 น.

– สนามกีฬา ยิม ฟิตเนส เปิดบริการได้ไม่เกิน 21.00 น.  รวมถึงจัดการแข่งขันได้แต่ต้องจำกัดจำนวนผู้ชมในสนาม

(2) พื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด

– ร้านอาหาร นั่งรับประทานอาหาร เครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น.

– ห้ามนั่งดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้าน

– ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ จนถึง 21.00 น. โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ

ข้อ 5. งดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปยังเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด

ส่วนการตั้งจุดคัดกรอง ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยต้องไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควร  พร้อมกับให้กระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรวจสอบ กำกับดูแลการให้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภทแก่ผู้โดยสาร โดยต้องมีการวางมาตรการป้องกันโรคและแนวปฏิบัติตามพื้นที่สถานการณ์ที่ ศปก.ศบค.กำหนด

ข้อ 6. ขอความร่วมมือประชาชนเลื่อนหรืองดจัดกิจกรรมสังสรรค์ งานเลี้ยงหรืองานรื่นเริงในช่วงนี้ก่อน

ข้อ 7 ขอความร่วมมือเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของบุคลากร โดยอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง สลับวันทำงาน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ

ข้อ 8 มาตรการรองรับผู้ติดเชื้อ ให้ “ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19” ร่วมกับ “ศบค.กระทรวงมหาดไทย” และ “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง” เร่งดำเนินการจัดหาสถานที่รองรับ ดูแลรักษา และแยกกักตัวผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์เพื่อการตรวจรักษาโรค และอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

และ ข้อ 9. ให้ ศปก.ศบค. พิจารณา และประเมินสถานการณ์เพื่อกรปรับเปลี่ยนระดับพื้นที่สถานการณ์ รวมถึงมาตรการควบคุม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆและเสนอต่อนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด อาจพิจารราดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ในการสั่งปิด จำกัด หรือห้ามดำเนินการของพื้นที่ สถานที่ หรือพาหนะ หรือสั่งให้งดการทำกิจกรรมซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเพิ่มเติมได้ โดยให้สอดคล้องกับมาตรการหรือแนวปฏิบัติที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

อนึ่ง ข้อกำหนดดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.2564 เป็นต้นไป