OR และ TIDLOR

ทั้ง OR และ “เงินติดล้อ” หรือ TIDLOR เป็นหุ้นไอพีโอที่ถูกกล่าวถึงกันมากนับจากต้นปี 2564

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

ทั้ง OR และ “เงินติดล้อ” หรือ TIDLOR เป็นหุ้นไอพีโอที่ถูกกล่าวถึงกันมากนับจากต้นปี 2564

ประเด็นมาจาก “วิธีการจัดสรรหุ้น” ให้กับนักลงทุนรายย่อย หรือประชาชน (ทั่วไป) เข้ามาจองซื้อหุ้นได้

แตกต่างจากหุ้นไอพีโออื่น ๆ ที่หุ้นจะถูกนำไปจัดสรรให้กับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ สถาบัน ผู้มีอุปการคุณ (ของบริษัท) และลูกค้าพอร์ตโบรกเกอร์เท่านั้น

การกระจายหุ้นให้กับรายย่อยของ OR อย่างที่รับทราบกัน

นั่นคือ ทุกคนที่เข้ามาจองซื้อหุ้นไอพีโอ

ทาง OR การันตีได้รับการจัดสรรแน่ ๆ (ขั้นต่ำ) 300 หุ้น

เดิมนั้นจำนวนหุ้นไอพีโอ OR ที่นำมาจัดสรรมีเพียง 595.70 ล้านหุ้น

ทว่า หลังจากวัดกระแสและดูจำนวนยอดจองของนักลงทุนรายย่อยแล้ว ทำให้ประเมินกันว่าหุ้นที่เตรียมไว้อาจจะไม่เพียงพอ

ต่อมาได้เพิ่มจำนวนอีก 441.24 ล้านหุ้น รวมเป็น 1,036.94 ล้านหุ้น

หุ้นบางส่วนที่นำมาจัดสรรเพิ่ม มาจากทั้งที่ดึงจากนักลงทุนสถาบัน (กองทุน) และในส่วนของกรีนชู

ทำให้หุ้นที่นำมาให้กับรายย่อย ต่างได้รับการจัดสรรหุ้นครบทุกคน (ขั้นต่ำ 300 หุ้น และสูงสุด 4,400 – 4,500 หุ้น)

ก่อนหน้านี้การกระจายหุ้นไอพีโอในรูปแบบของ OR นั้น ก็มีเช่นกัน คือ การบินไทย (THAI) บมจ.ปตท. (PTT) และ SCGP ในกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

แต่วิธีการจัดสรรจะแตกต่างกันไป

ทั้ง THAI  PTT และ SCGP ไม่ได้การันตีว่าคนจองจะได้ทุกคนเช่นเดียวกับหุ้น OR หรือ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก

ต้องยอมรับว่าวิธีการจัดสรรหุ้นของ OR ทำให้เกิดความตื่นตัวของประชาชนทั่วไป ต้องการเข้าสู่ตลาดหุ้นจำนวนมาก

นับจากต้นปี 2564 มาจนถึงเดือนมีนาคม 2564 คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน

หุ้น OR ได้ถูกขนานนามว่าเป็น “หุ้นมหาชน” อย่างแท้จริง

ได้คุยกับนักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าคนหนึ่ง

เขาเอ่ยปากชมถึงวิธีการจัดสรรหุ้นของ OR ทำให้ทุกฝ่ายเกิด “วิน-วิน” หรือทุกคนได้หมด

ผ่านมาจนถึงวันนี้ แม้ว่าวอลุ่มเทรดของ OR จะลดน้อยไปบ้าง

ทว่า ก็ยังคงติด 20 อันดับแรกของหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด

OR นั้น ใช้ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) หลายแห่งในการเข้าตลาดหลักทรัพย์

และด้วยความที่ใช้หลายแห่ง ทำให้ทาง OR ต้องไปจับ FA ทุกรายมาทำ “สัตยาบัน” ร่วมกันว่า ห้ามให้ข้อมูลกับสื่อโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะระบุชื่อ หรืออ้างเป็นแหล่งข่าว

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไอพีโอทั้งหมดจะต้องมาจาก OR เท่านั้น

เราจึงเห็นว่า ข่าวของ OR ที่ออกมาในช่วงไอพีโอ มีความชัดเจนในตัวของตัวเองอย่างมาก

มาถึง เงินติดล้อ

หากจะถามว่า เงินติดล้อ จำเป็นไหมที่จะนำหุ้นมากระจายให้กับประชาชนทั่วไปเหมือนกับหุ้น OR  PTT และ SCGP

คำตอบ คือ “ไม่จำเป็น”

แต่เข้าใจว่า เงินติดล้อ ในฐานะที่ทำธุรกิจแบบ B2C หรือ Business-to-Customer

และต้องการให้หุ้น TIDLOR เกิดการพูดถึง และด้วยเหตุผลอื่น ๆ

จึงนำหุ้นบางส่วนมาจัดสรรให้กับรายย่อยและประชาชนทั่วไปด้วย

จำนวน 46.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด แม้จะเป็นจำนวนไม่มากนัก

แต่ในแง่ของหลักการนั้นถือว่า “ดี”

หากเงินติดล้อออกมาให้ข้อมูลเพียงว่า เรามีหุ้น 46.5 ล้านหุ้นเท่านั้น ที่จะนำมาจัดสรร และหากไม่เพียงพอก็จะใช้วิธีการ “สุ่ม” ก็ไม่นามีปัญหา

แต่เมื่อมีการพูดถึงการนำหุ้นกรีนชู ว่าอาจจะนำมาจัดสรรให้ด้วย (โดยไม่ได้บอกจำนวน)

นั่นทำให้นักลงทุน (รายย่อย) “เกิดความหวัง”

และไม่ได้เป็นความหวังธรรมดา แต่เป็นความหวังที่ค่อนข้างสูง เพราะกรีนชูมีถึง 136.5 ล้านหุ้น

รายย่อยหลายคนจึงระดมจองหุ้นจำนวนมาก

บางคนอาจใช้เงินหลายแสน หรือนับล้านบาท เพื่อการจองซื้อหุ้นไอพีโอเงินติดล้อ

แต่เมื่อมีการออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังว่า อาจไม่ได้นำหุ้นกรีนชูมาจัดสรร หรืออาจจะนำมาเพียงบางส่วน ทำให้เกิดความไม่พอใจของนักลงทุนบ้าง

โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เข้ามาจองหุ้นในปริมาณค่อนข้างมาก

เพราะเกรงว่าหากไม่ได้รับการจัดสรรแล้วเงินจะจมไปหลายวัน เสียโอกาสการบริหารเงิน

เชื่อว่า หากไม่มีการพูดถึงเรื่องหุ้นกรีนชู

นักลงทุนก็น่าจะพอคิด หรือคำนวณได้ว่า ควรจะจองหุ้นหรือไม่ หรือจองจำนวนเท่าไหร่ เพื่อบริหารเงินตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทางเงินติดล้อเอง ก็น่าจะพอรับรู้ปัญหานี้

จึงได้แจ้งเลื่อนวันการคืนเงินให้กับนักลงทุนที่จองหุ้นเข้ามา และไม่ได้รับการจัดสรรให้เร็วขึ้น

จากเดิมกำหนดไว้ 13 พ.ค.2564 มาเป็นตั้งแต่วันที่  7 พ.ค.2564 เป็นต้นไป

หรือก่อนวันซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 10 พ.ค.2564