สธ.มองแนวโน้มผู้ติดเชื้อ “โควิด-19” ชะลอตัว แนะเลี่ยงสถานที่แออัด-สวมหน้ากากอนามัย

"สาธารณสุข" มองแนวโน้มผู้ติดเชื้อเริ่ม "โควิด-19" ชะลอตัว แต่ผู้ป่วยอาการหนักยังสูง แนะเลี่ยงสถานที่แออัด-สวมหน้ากากอนามัย

นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศขณะนี้ ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยใหม่ระดับประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเริ่มชะลอตัวลง แต่ยังมีจำนวนสูงอยู่ แต่ผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักหรือรุนแรงกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วใกล้เคียงศักยภาพระบบบริการการแพทย์ที่รองรับอยู่ ซึ่งกำลังปรับเพิ่มจำนวน Cohort ICU เพิ่มรองรับจำนวนผู้ป่วย ขณะที่มีผู้ป่วยกำลังรับการรักษา 27,988 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 786 ราย และมีอาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 230 ราย

“ขณะนี้เรายังพบผู้ติดเชื้อในสถานดูแลผู้สูงอายุ โดยติดจากผู้ดูแลผู้สูงอายุ และญาติที่มาเยี่ยม นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อระหว่างการรับประทานอาหารร่วมกันในที่ทำงาน หรือวงประชุม อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตอนนี้ยังอยู่ในช่วงสำคัญ ยังจำเป็นต้องเข้มงวดทั้งมาตรการควบคุมโรคและมาตรการส่วนบุคคล เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดให้สูงขึ้น รวมทั้งการบริหารจัดการผู้ติดเชื้อให้ทราบผลและได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว” นพ.ทวีทรัพย์ กล่าว

โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัดที่มีคนจำนวนมาก, สถานที่ที่ต้องมีการสัมผัสใกล้ชิด และสถานที่ปิดอับ การระบายอาการไม่ดี และต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง วัดไข้และตรวจเมื่อสงสัย ใช้แอปพลิเคชั่น

ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ยืนยันว่า วัคซีนเป็นอาวุธสำคัญที่นำมาใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งรัฐบาลจัดหาวัคซีนที่มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกมาฉีดให้ประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

“ผลข้างเคียงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด แต่ต้องดูว่าเกิดจากอะไร การฉีดวัคซีน 1 ล้านโดสที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ไม่ถึง 10 ครั้ง วัคซีนจะเกิดประโยชน์เมื่อเอาเข้าไปในร่างกาย ไม่ใช่เก็บไว้ในตู้เย็น” นพ.ทวี กล่าว

คำค้น