“อีสท์สปริง” ส่ง 4 กองเด่น จัดพอร์ตลงทุนปั้นกำไรโต

บลจ.อีสท์สปริง ประเมินตลาดทุนโลกผ่านจุดต่ำสุดเข้าสู่ภาวะ Risk-on แนะเลือกลงทุนเชิงคุณภาพรับเมกะเทรนด์ ชู 4 กองทุนเด่น ES-GINFRA, ES-GRID, ES-GTECH และ ES-ASIA สร้างกำไรรับเดือนพฤษภาคม


นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยถึงแนวทางการจัดพอร์ตการลงทุนในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า ตลาดทุนทั่วโลกได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของวัฏจักรความผันผวนในรอบนี้ไปแล้ว และมีโมเมนตัมการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ระดับมูลค่า (Valuation) ของหุ้นกลุ่มนำตลาด โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ได้ขยับขึ้นมาแตะระดับ P/E ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ส่งผลให้ บลจ.อีสท์สปริง แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนในลักษณะคัดสรรเชิงคุณภาพ โดยคงน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งเลือกธีมการลงทุนที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ในระยะยาวและมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสในการรับผลตอบแทนและการกระจายความเสี่ยง ท่ามกลางภาวะที่ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอนแฝงอยู่

ทั้งนี้ บริษัทได้แนะนำ 4 กองทุนเด่นที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในช่วงเวลานี้ ได้แก่ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Infrastructure Equity (ES-GINFRA), กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID), กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Asia Active Equity (ES-ASIA)

สำหรับ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Infrastructure Equity (ES-GINFRA) มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund Class A ซึ่งลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก โดยมองว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวยังคงมีความโดดเด่นจากกระแสรายได้ที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตในระยะยาว ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำยังช่วยสนับสนุนความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดในภูมิภาคยุโรป

ทางด้าน กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID) ซึ่งลงทุนในกองทุน First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund ถูกมองว่าเป็นโอกาสการลงทุนที่สำคัญจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้นทั่วโลกจากเทคโนโลยี AI, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3-4 ต่อปี ไปจนถึงปี 2573 พร้อมประเมินว่าการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 8.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และพลังงานสะอาดในอนาคต

ขณะที่ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) ซึ่งลงทุนในกองทุน Polar Capital Funds Plc – Global Technology Fund ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ภายหลังจากที่ราคาได้ปรับฐานลงจากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยและวิกฤตราคาน้ำมัน ส่งผลให้เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการทยอยสะสมหุ้นในระดับราคาที่น่าสนใจ โดยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ในขณะที่ธีมการลงทุนใน AI ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

ส่วน กองทุนเปิดอีสท์สปริง Asia Active Equity (ES-ASIA) ซึ่งลงทุนใน Schroder International Selection Fund – Emerging Asia มองว่าหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศ รวมถึงได้รับแรงหนุนจากเทรนด์ AI ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มบริษัทผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค อีกทั้งมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นเอเชียยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะต่อไป

Back to top button