
“อลิอันซ์ฯ” ส่งยูนิตลิงก์ใหม่ ชูโบนัส 0.15% ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 190 ล้านบาท
บ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ส่ง “My Style Protect Series” เจาะกลุ่มคนรับความเสี่ยงได้ ชูจุดเด่นลดค่าธรรมเนียมปีแรกลงเหลือ 130% พร้อมมอบโบนัส 0.15% ของมูลค่าบัญชีต่อปี ชูระบบจัดพอร์ตอัตโนมัติผ่านกองทุนเด่น DMAS ที่สถิติย้อนหลังทำผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 10% พร้อมยืดหยุ่นสูงสุดด้วยสิทธิ์พักชำระเบี้ยหลังวัย 60 ปี ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 190 ล้านบาท
นางสาวพบพร พิพัฒน์สาธุกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจยูนิตลิงก์ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัว My Style Protect Series ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตในระดับสูง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาว พร้อมตั้งเป้ายอดขายเบี้ยประกันภัยรับปีแรกของ Protect Series 190 ล้านบาท สัดส่วนยอดขายของผลิตภัณฑ์ใหม่ อยู่ที่ 25% ของยอด ANP รวมของธุรกิจยูนิต ลิงค์
โดยเป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่น่าสนใจอย่าง KFGDA และ KFGDB ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด หรือ KSAM ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก DMAS (Dynamic Multi Asset) ที่มีจุดเด่นด้านการปรับสัดส่วนการลงทุนแบบอัตโนมัติ ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 10 ปีพบว่ากองทุนดังกล่าวสามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้มากกว่า 10%
นอกจากนี้เมื่อลูกค้ามีอายุครบ 60 ปี สามารถเลือกพักชำระเบี้ยประกันได้ และปล่อยให้เงินในพอร์ตทำงานต่อไปเพื่อสร้างมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ (Account Value) ให้เติบโต ซึ่งในกรณีที่ถือกรมธรรม์จนครบสัญญาที่อายุ 99 ปี ลูกค้ามีโอกาสรับผลประโยชน์สูงถึง 27.7 – 29.8 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทยังได้ปรับลดค่าธรรมเนียม Premium Charge ในปีแรกลงจาก 145% เหลือเพียง 130%
สำหรับ My Style Protect Series ยังมีฟีเจอร์มอบโบนัสในอัตรา 0.15% ต่อปี ของมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ ภายใต้เงื่อนไขว่าลูกค้าต้องรักษาวินัยการลงทุน ไม่ลดเบี้ยประกันหรือถอนเงินจากกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการใช้ชีวิตในอนาคต หากลูกค้าอายุครบ 60 ปีและชำระเบี้ยมาแล้วครบ 10 ปี จะสามารถถอนเงินหรือลดเบี้ยได้โดยที่ยังคงรักษาสิทธิ์การรับโบนัสดังกล่าวไว้ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับการประกันชีวิตแบบทั่วไป (Ordinary Life) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ราว 85% ผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงก์จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อแลกกับโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว 20-30 ปี โดยลูกค้าสามารถเลือกให้บริษัทจัดพอร์ตผ่านกองทุนสำเร็จรูป หรือเลือกลงทุนด้วยตนเองในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งกองทุนหุ้นสหรัฐฯ หุ้นญี่ปุ่น หุ้นยุโรป หุ้นทั่วโลก และทองคำ ซึ่งสามารถทำรายการสับเปลี่ยนกองทุนได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

