SECURE ดีเดย์เทรด mai ลุ้นวิ่งแตะเป้า 24.20 บ. ชูผู้นำ Cybersecurity ครบวงจร

ดีเดย์! SECURE ขึ้นสังเวียนเทรด mai วันนี้ ลุ้นวิ่งแตะเป้า 24.20 บ. ชูจุดแข็ง Cybersecurity ครบวงจร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ค.64) หลักทรัพย์ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด มหาชน เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,644 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า SECURE

โดย SECURE ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย 4 ประเภท

ได้แก่ (1) ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ผู้ใช้งานโดยตรง (2) ระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย (3) ระบบการบริหารจัดการประสิทธิภาพ และ (4) ระบบหรือซอฟต์แวร์อื่นๆ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสข้อมูล ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการยืนยันและระบุตัวตน และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น

โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นผู้นำด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ Palo Alto Networks, Trendmicro, Solarwinds, Radware, Carbonblack, Gigamon และ Extrahop Networks เป็นต้น ทั้งนี้ บริการที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ บริการบำรุงรักษา บริการด้านการติดตั้ง และบริการฝึกอบรมการใช้งานระบบ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือ ผู้รับเหมารวบรวมระบบและเทคโนโลยี (System Integrator : SI) ที่ทำหน้าที่ออกแบบระบบต่างๆ โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานโดยตรงในระดับองค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

โดย SECURE มีทุนชำระแล้ว 51.37 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 75 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 27.74 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสถาบัน และนิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจความต้องการซื้อ ผู้มีอุปการคุณของบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท เมื่อวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2564 ในราคาหุ้นละ 16 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 444 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,644 ล้านบาท

สำหรับการกำหนดราคาเสนอขาย IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน (Book building) ซึ่งกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 16 บาทต่อหุ้น มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 35.27 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส 2/2563-ไตรมาส 1/2564) ซึ่งเท่ากับ 46.61 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เท่ากับ 102.74 ล้านหุ้น (Fully Diluted) มีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่ออกให้แก่ผู้บริหารและพนักงาน (ESOP Warrant) จำนวน 3.2 ล้านหน่วย มีระยะเวลาใช้สิทธิไม่เกิน 5 ปี โดย 1 Warrant สามารถแปลงได้ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคาหุ้นละ 16 บาท

ด้านนายนักรบ เนียมนามธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SECURE เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Cybersecurity มากว่า 15 ปี มีผู้บริหารและทีมงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีคุณภาพสูง และมีเทคโนโลยีทันสมัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีความสัมพันธ์อันดีและได้รับความไว้วางใจทั้งจากลูกค้าและเจ้าของผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัลตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Palo Alto Trendmicro และ Solarwinds สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทจะนำไปสร้างศูนย์ให้บริการด้านเทคนิค ลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Cybersecurity ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

สำหรับ SECURE มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ บริษัท มอซ เซกูโร จำกัด ถือหุ้น 24.36% กลุ่มล้วนจำเริญ ถือหุ้น 20.33% และ กลุ่มเนียมนามธรรม ถือหุ้น 16.63% บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมาย

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดว่ารายได้ในปี 2564 ของ SECURE จะเท่ากับ 796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปี 2565 เท่ากับ 875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากฐานทุนที่แข็งแกร่งหลังเข้าตลาดฯ การเร่งขยายทีม การขยายศูนย์ให้บริการด้านเทคนิคแห่งใหม่ รวมถึงความต้องการลงทุนค้างท่อในยุค Post COVID-19 และตลาดที่ก้าวเข้าสู่ยุค 5G

รวมทั้งคาดกำไรปกติปี 2564-65 ที่ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้้น 134% จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากงวดเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ หนุนจากการเติบโตของความต้องการสินค้าในกลุ่ม Network Security สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นปี 2564/2565 คาดอยู่ที่ระดับ 23%

ส่วนธุรกิจร่วมทุน บริษัท เอ็นเดต้าธอธ จำกัด ซึ่ง SECURE ถือหุ้น 55% ที่จะรับรู้ในรูปแบบ Share of profit จะเริ่มส่งผลกำไรในปี 2565 ที่ราว 2 ล้านบาท แต่จะหนุนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยจึงได้ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ณ สิ้นปี 2565 ไว้ที่ 24.20 บาทต่อหุ้น อิง PER ที่ 30.4 เท่าหรือเท่ากับค่าเฉลี่ยหุ้นในกลุ่ม ICT ขนาดเล็กที่ให้บริการ Software ในประเทศไทยและหุ้นค้าปลีก IT ที่ขายบริการ Software อิงสมมติฐาน Fully Dilution ซึ่งรวมทั้ง Warrant ราว 3 ล้านหุ้นที่บริษัทให้กับพนักงาน

Back to top button