เปิดโผ “หุ้นบลูชิพ” วิ่งแรงรอบ 10 เดือน! KCE แชมป์รีเทิร์นสูงเกิน 100%

เปิดโผ “หุ้นบลูชิพ” วิ่งแรงรอบ 10 เดือน! KCE แชมป์รีเทิร์นสูงเกิน 100% พร้อมสอย 8 หุ้นต่ำบุ๊ก-ขึ้นช้ากว่าตลาดฯ


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ ทำการสำรวจราคาหุ้นกลุ่ม SET50 (หุ้นบลูชิพ) ในช่วง 10 เดือนแรก 2564 มานำเสนอ เพื่อให้เห็นทิศทางราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาอย่างชัดเจน อีกทั้งเพื่อเป็นโอกาสให้นักลงทุนได้เข้าสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งที่ราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดฯ โดยครั้งนี้เทียบข้อมูลราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ธ.ค.63-30 ต.ค.64

โดยดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Index ในช่วง 10 เดือนปี 2564 ยังเป็นขาขึ้นโดยเห็นได้จากดัชนียืนที่ระดับ 1,449.36 จุด (ณ 30 ธ.ค.63) มาอยู่ที่ระดับ 1,623.43 จุด (ณ 30 ต.ค.64) บวก 174.08 จุด หรือ 12.01% แม้ว่าภาวะตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามก็ยังมีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นและทะยานขึ้นแรงสวนปัจจัยลบดังกล่าวอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้นที่ปรับตัว 10 อันดับแรกพบว่าให้ผลตอบแทนสูงเกิน 20% อาทิ KCE, COM7, SCGP, TU, OR, SCB, INTUCH, EA, MINT และ GULF ดังตารางประกอบ

โดยหุ้นที่ราคาทะยานแรงตลอด 10 เดือน อันดับ 1 คือ สำหรับหุ้นราคาปรับตัวแรงอันดับ 1 คือ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE โดยราคาหุ้นในช่วง 10 เดือนแรกปี 2564 ปรับตัวขึ้น 109.64% จากระดับ 41.50 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.63 มาอยู่ที่ระดับ 87.00 บาท ณ วันที่ 29 ต.ค.2564 ราคาหุ้นปรับตัวแรงจากพื้นฐานบริษัทที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มกำไรปีนี้เติบโตโดดเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (1 พ.ย. 2564) โดยคาดงบไตรมาส 3/2564 จะออกมาเติบโตได้ทั้งจากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน และคาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/2564 ซึ่งบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิป ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัยมีการปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากการปรับประมาณการณ์กำไรเพิ่ม ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 104.00 บาท

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า KCE กำไรไตรมาส 3/2564 เป็น High season กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ bullish แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย  87.70 บาท

นอกจากนี้ยังได้คัดหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาต่ำกว่าบุ๊ก และราคาขึ้นช้ากว่าตลาดมานำเสนออีกด้าน โดย 8 หุ้นต่ำบุ๊กได้แก่ BBL, KBANK, EGCO, KTB, PTTGC, TOP, TTB และ RATCH  

ส่วน 11 หุ้น ราคาขึ้นช้ากว่าตลาดประกอบด้วย SAWAD, BJC, KTC, CPF, EGCO, OSP, PTT, BGRIM, RATCH, DELTA และ STGT เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนใช้พิจารณาในการตัดสินใจเลือกสะสมหุ้นเข้าพอร์ตอีกครั้งเพื่อรอตลาดฟื้นตัวแรง หลังจากเปิดประเทศ คาดจะหนุนให้ธุรกิจฟื้นตัวเด่นหลังจากที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19

ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(1 พ.ย.64) ว่า กลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ย. ประเมินกรอบ SET Index เดือน พ.ย. ที่ 1,590-1,655 จุด สร้างฐานระยะสั้นและจับตาทั้งปัจจัยต่างประเทศด้านการลด QE ของ FED และเงินเฟ้อ รวมถึงการเริ่มเปิดประเทศและประกาศผลประกอบการ ไตรมาส 3/2564 ของบ้านเรา หากโดยรวมออกมาไม่แย่กว่าคาดและข้อมูลจากผู้บริหารจากการประชุมนักวิเคราะห์ค่อนไปในทางบวกต่อการฟื้นตัวในไตรมาส 4/2564-ปี 2565 คาดหนุนให้ SET Index ค่อยๆไต่ระดับขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน 

Back to top button