จัดกลยุทธ์ลงทุนเดือนธ.ค. เคาะ 6 หุ้น “ท็อปพิค” กำไรปี 64-65 โตแกร่ง

“บล.เคทีบีเอสที” จัดกลยุทธ์ลงทุนเดือนธ.ค. คาดสิ้นปีดัชนีทำได้เพียง 1,650 จุด หลัง “โอไมครอน” ระบาด เคาะ 6 หุ้นท็อปพิค BCH, COM7, DOHOME, LEO, RS, SNNP จับตากำไรปี 64-65 โตแกร่ง


บริษัทหลักทรัพย์เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดผ่านตัวแปรทางลบมาหลายตัว แต่ “Omicron” ทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้น เป้าหมาย 1,680 จุดสิ้นปี 2564 จึงอาจทำได้เพียง 1,650 จุด ถ้ามีความรุนแรงมากขึ้น นักลงทุนในตลาดหุ้นจะให้นน้ำหนักกับหุ้นที่มีฐานรายได้ในประเทศ หรือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ หุ้นที่ดีจะเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรฟื้นตัว หรืออยู่ใน sector ที่มีอนาคตดี ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศจะระมัดระวังมากขึ้นหลัง Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า (อาจเป็นช่วงกลางปี) โดยตัวแปรสำคัญในเดือนธ.ค. การระบาดของ Covid-19 การเปิดเมือง และราคาน้ำมันดิบ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ดัชนีฯ มี gap ประมาณ 30-50 จุด แนะเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี หุ้นที่จะดีดตัวกลับหลังผ่านการระบาด Covid-19 รอบใหม่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยหุ้น Top Picks ได้แก่ BCH, COM7, DOHOME, LEO, RS, SNNP

โดย บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 28 บาท คาดได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาล จากโควิดสายพันธุ์ใหม่ Omicron เนื่องจากมีความพร้อมไม่ว่าจะเป็นห้อง Lab ที่รองรับการตรวจสูงถึง 13,000 ตัวอย่างต่อวัน และมีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดสูงที่สุดในกลุ่มกว่า 17,000 เตียง (ณ เดือน ส.ค.2564)

ทั้งนี้คงกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 4,958 ล้านบาท เติบโต 303% เมื่อเทียบจากปีก่อน และปี 2565 ที่ 1,607 ล้านบาท ลดลง 68% เมื่อเทียบจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรปี  ยังคง2565 มี upside หากมีการระบาด Omicron ในประเทศ และจากวัคซีน Moderna (Lot 2 ราว 1.2 ล้านโดส) ที่ยังไม่รวมในประมาณการ

บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 100 บาท โดยประเมินว่าผลการดำเนินงานจะยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้า IT และ IoT ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการขายสินค้าเงินผ่อนผ่าน U-Fun

บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33.50 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2564 เติบโตต่อเนื่อง คงกำไรสุทธิปี 2564  ที่ 2.03 พันล้านบาท เติบโต 180% เมื่อเทียบจากปีก่อน คาด SSSG ทั้งปีเติบโตได้ 18% เมื่อเทียบจากปีก่อน และคาดไตรมาส 4/2564 จะฟื้นตัว หลังรัฐบาลคลายมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงบริษัทจะมีการเปิดสาขาใหม่อีก 2 สาขา นอกจากนี้ คงกำไรสุทธิปี 2565 ที่ 2.25 พันล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากการขยายสาขาอีก 5 สาขา และปรับ product mix

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17 บาท ประเมินกำไรปี 2564 ที่ 170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199% เมื่อเทียบจากปีก่อน หนุนโดยรายได้ที่ 2.87 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% เมื่อเทียบจากปีก่อน ต่ำกว่าเป้าบริษัท) และกำไรปี 2565 ที่ 185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบจากปีก่อน หนุนโดยการจับมือกับ China post ดันยอดการขนส่งทางอากาศและทางราง อย่างไรก็ตามกำไรปี 2565 อาจมี upside อีกมากหากบริษัทสามารถทำรายได้ตามเป้าที่เติบโตต่ออีก 20-25% เมื่อเทียบจากปีก่อน

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 18 บาท ประเมินกำไรปี 2565 ที่ 576 ล้านบาท เติบโต 156% เมื่อเทียบจากปีก่อน และเป็นระดับกำไรที่กลับมาเทียบเท่ากับช่วงก่อนโควิด บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ที่มี Margin ดี อย่างธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในแบรนด์ Lifemate และตั้งเป้ายอดขายในปีแรกมี Market Share อยู่ที่ 10% แต่ประเด็นที่บล.เคทีบีเอสที จับตามองคือการสร้าง Eco System ของกลุ่ม RS ด้วยการออก “Popcoin” ซึ่งจะเป็น Digital Token ที่จะถูกนำมาใช้ในทุกธุรกิจของ RS ผ่านลูกค้าและพันธมิตร

บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.50 บาท คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 432 ล้านบาท เติบโต 361% เมื่อเทียบจากปีก่อน และกำไรปกติที่ 303 ล้านบาท เติบโต 224% เมื่อเทียบจากปีก่อน หนุนโดย 1) รายได้รวมขยายตัว 4% เมื่อเทียบจากปีก่อน 2) GPM ขยายตัวเมื่อเทียบจากปีก่อน จากสัดส่วนรายได้ traditional trade ที่ปรับตัว เพิ่มขึ้น 3) SG&A expenses ปรับตัวลดลง 19% จากการ deconsolidation ของ SIRIPRO และ 4) interest expenses ปรับตัวลดลง 48% เมื่อเทียบจากปีก่อน สำหรับปี 2565 ประเมินกำไรปกติที่ 468 ล้านบาท  เติบโต 54% เมื่อเทียบจากปีก่อน

Back to top button