
THCOM – GULF ชนะคดี! “ศาลปกครองกลาง” ยกคำร้องรัฐ ปมข้อพิพาทดาวเทียมไทยคม 7–8
ศาลปกครองกลางยกคำร้องกระทรวงดิจิทัลฯ ยืนคำชี้ขาดอนุญาโตฯ ชี้ไทยคม 7–8 ไม่อยู่ใต้สัญญาดาวเทียม THCOM–GULF ไม่ต้องโอนทรัพย์หรือชำระผลประโยชน์ตอบแทน
นายอนุวัฒน์ สงวนทรัพยากร หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการเงิน เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งเดิมคือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งข้อพิพาทเกี่ยวกับดาวเทียมไทยคม 7และดาวเทียมไทยคม 8 ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งได้แจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565
โดยบริษัทฯ ได้รับคำชี้ขาดเป็นเอกฉันท์ของคณะอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ซึ่งวินิจฉัยว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 มิได้เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินการกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ลงวันที่ 11 กันยายน 2534 และมีคำสั่งให้ยกคำร้องแย้งของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งขอให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว
จากคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ทำให้เป็นที่ชัดเจนว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 มิได้อยู่ภายใต้ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสัญญาดำเนินการกิจการดาวเทียมสื่อสาร ส่งผลให้บริษัทฯ และ GULF ไม่มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวอ้างหรือร้องขอ รวมถึงไม่มีหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ ส่งมอบทรัพย์สิน หรือชำระผลประโยชน์ตอบแทนตามที่เป็นข้อพิพาท
ต่อมา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว โดยบริษัทฯ และ GULF ได้ยื่นคำคัดค้านต่อศาลแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจในการจัดทำคำชี้ขาดดังกล่าว และการยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาด ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลปกครองกลางจึงไม่มีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาด และมีคำพิพากษา ยกคำร้องของกระทรวงดิจิทัลฯ
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา หากมีความคืบหน้าประการใด บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบต่อไป
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงความคืบหน้าของข้อพิพาทเกี่ยวกับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ตามที่ได้เคยแจ้งไว้ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามหนังสือเลขที่ TC-CP 019/2560 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2560 นั้น
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (“กระทรวงดิจิทัลฯ”) ได้มีหนังสือแจ้งว่าดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 เป็นดาวเทียมที่อยู่ภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ฉบับลงวันที่ 11 กันยายน 2534 (“สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ”) และขอให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาดังกล่าวให้ครบถ้วน อาทิ การโอนกรรมสิทธิ์และการส่งมอบทรัพย์สิน การชำระเงินผลประโยชน์ตอบแทน และการจัดให้มีการประกันภัยทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 มิได้เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ หากแต่เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบการได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัทฯ จึงได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 เป็นข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 97/2560
บัดนี้ กระบวนการพิจารณาข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 บริษัทฯ ได้รับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเป็นเอกฉันท์ว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 มิได้เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ และให้ยกคำร้องแย้งของฝ่ายผู้คัดค้าน
จากคำชี้ขาดดังกล่าว จึงเป็นที่ชัดเจนว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 มิได้อยู่ภายใต้ และมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ แต่อย่างใด ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวอ้างหรือร้องขออันเป็นข้อพิพาทดังกล่าว

