
ADVANC-TRUE กอดคอบวก! โบรกชี้กำไร Q4/68 โตแกร่ง ยอด ARPU พุ่งต่อเนื่อง
ADVANC-TRUE บวกแรก! บล.กรุงศรีคาดการณ์กำไรไตรมาส 4/2568 สูงสุดรอบปี โดยคาด ADVANC ทำกำไร 1.24 หมื่นล้านบาท ส่วน TRUE กำไร 5.2 พันล้านบาท หนุนจากรายได้และยอด ARPU พุ่งต่อเนื่อง อีกทั้ง EBITDA Margin ขยายตัว พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ม.ค. 69) ณ เวลา 11.40 น. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ ADVANC ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 323.00 บาท บวก 10.00 บาท หรือ 3.19% สูงสุดที่ระดับ 325.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 315.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,594.25 ล้านบาท
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 11.40 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 4.59% สูงสุดที่ระดับ 11.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 890.62 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดการณ์ผลประกอบการของกลุ่มอุตสาหกรรมในไตรมาส 4/2568 โดยจะมีกำไรหลักรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งนี้ได้รับแรงหนุนจากทั้ง ADVANC และ TRUE โดยคาดว่า ADVANC จะมีกำไรหลัก 1.24 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 4% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ TRUE จะบันทึกกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 11% จากไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยหนุนกำไรที่สำคัญของทั้งสองบริษัทมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประหยัดต้นทุนจากการประมูลครั้งล่าสุด เราคาดว่ารายได้จากการบริการรวมไม่รวมค่า IC ของกลุ่มอุตสาหกรรมจะพุ่งขึ้น 4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และเน็ตบ้าน (FBB) การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการประกอบกับการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งจากกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และเน็ตบ้านช่วยส่งเสริมการเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้
นอกจากนี้ คาดว่า EBITDA margin จะขยายตัวเป็น 56.9% ในไตรมาส 4/2568 จาก 49.7% ในไตรมาส 4/2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ลดลงภายหลังการประมูลครั้งล่าสุด
ทั้งนี้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุตสาหกรรม สำหรับภาพรวมทั้งปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรของกลุ่มที่จะเติบโตต่อเนื่องอีก 40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และเติบโต 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ในปี 2569 โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้ง ADVANC และ TRUE
โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรของ ADVANC จะพุ่งขึ้น 25% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ในปี 2568 และอีก 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนในปี 2569 ขณะที่กำไรของ TRUE จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 97% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ในปี 2568 และ 20% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนในปี 2569
สาเหตุที่กำไรของ TRUE สามารถเติบโตได้ในอัตราที่รวดเร็วกว่า ADVANC เนื่องมาจากมีช่องว่างในการลดสิทธิประโยชน์ได้มากกว่า ซึ่งเห็นได้จากส่วนต่างของกำไรระหว่าง ADVANC ที่ 1 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาส และ TRUE ที่ 4.5 พันล้านบาท ต่อไตรมาส เมื่อพิจารณาจากฐานรายได้ที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน
ในมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ การคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบของการจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจะเป็นธีมใหม่ของกลุ่มอุตสาหกรรมในปี 2569 โดยคาดว่ากระแสเงินสดอิสระ (FCF) จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามภาระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ EBITDA ของกลุ่มอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอีกในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไร EBITDA ที่กว้างขึ้น คาดว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลของ ADVANC ในปี 2569 จะอยู่ที่ระดับ 95% ในขณะที่ TRUE คาดว่าจะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 60% ในปี 2569 จาก 50% ในปี 2568
คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับทั้ง ADVANC (ราคาเป้าหมาย 360 บาท) และ TRUE (18.20 บาท) โดยพิจารณาจากแนวโน้มกำไรและกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงสามปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ชอบ TRUE มากกว่า ADVANC เนื่องจากระดับราคาหุ้น (valuation) ที่ถูกกว่า พร้อมด้วยการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นกว่า

