CLSA ชี้ปี 69 โรงกลั่นโดดเด่น พร้อมอัพเป้า TOP ใหม่ 36 บาท

CLSA ประเมินปี 2569 โรงกลั่นไทยโดดเด่น ขณะที่ปิโตรเคมียังคงอ่อนแอ ราคาหุ้นสะท้อนจุดต่ำสุด PTTEP แข็งแกร่งสุด ส่วน TOP ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” อัพราคาเป้าหมายใหม่ 36 บาท พร้อมจับตาโครงการ Clean Fuel Project


บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ หรือ CLSA ประเมินแนวโน้มกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีไทยในปี 2569 ว่า มีทิศทางผสมผสาน แม้ว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำจะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง แต่ผลการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันอย่างมาก กลุ่มโรงกลั่นจะมีความโดดเด่น ส่วนปิโตรเคมียังคงถูกกดดันต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นส่วนใหญ่สะท้อนภาวะตกต่ำในปัจจุบันไปแล้ว

น้ำมันโลก: แรงกดดันระยะสั้น ความไม่แน่นอนระยะยาว

การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลาสร้างความกังวลด้านอุปทานเพิ่ม อาจกดราคาในระยะสั้น แต่การฟื้นกำลังผลิตสู่ระดับสูงสุดเช่นปี 1997-2000 (3.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบัน (ตุลาคม 2568) เวเนซุเอลาผลิตที่ 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันที่ต่ำอาจทำให้บริษัทอเมริกันไม่เร่งลงทุน ขณะที่ในปี 2569 ทิศทางอุปทานทั่วโลกจะขยายตัวมากกว่าดีมานด์ โดยนำโดยการผลิตนอกกลุ่ม OPEC+ ทั้งนี้ การหยุดแผนคลายกำลังการผลิตของ OPEC+ ในไตรมาสแรกจะช่วยประคองตลาดน้ำมันชั่วคราว CLSA คาดราคาน้ำมัน Brent ปี 2569 ที่ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Dubai จะมีส่วนลดอยู่ที่ 2 ดอลลาร์

โรงกลั่น: โดดเด่นจากอุปทานใหม่จำกัด

กลุ่มโรงกลั่นยังมีแนวโน้มสดใส จากอุปทานใหม่ที่จำกัด ปัจจัยด้าน เทคโนโลยี AI ทำให้การคาดการณ์จุดสูงสุดของดีมานด์น้ำมัน (peak oil demand) ตามข้อมูล IEA ถูกเลื่อนไปเป็นปี 2593 จากเดิม 2573 ส่วนปัจจัยโครงสร้าง เช่น พลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า และนโยบายประหยัดพลังงาน จะกระทบดีมานด์ในระยะยาวแต่ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น ขณะที่สต๊อกดีเซลทั่วโลกลดลงยังเป็นปัจจัยบวกต่อค่าการกลั่นปี 2569

ปิโตรเคมี: ราคาหุ้นสะท้อนจุดต่ำสุดแล้ว ยังอ่อนแอ

ปิโตรเคมีเป็นกลุ่มวัฏจักรที่อ่อนที่สุด โดยส่วนต่างราคา (spread) ต่ำกว่าต้นทุนเงินสดสำหรับผู้ผลิตจากแนฟทา คาดว่าปี 2569 จะมีโรงงาน HDPE เพิ่ม 3.8 ล้านตัน และปี 2570 เพิ่มอีก 6.6 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าการขยายตัวของดีมานด์ ทำให้ spread ยังคงต่ำและไม่ฟื้นตัวเร็ว ราคาหุ้นกลุ่มนี้สะท้อนวงจรขาลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว

หุ้นเด่น: PTTEP แข็งแกร่งสุดอัพเกรด TOP เป็นถือ

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นบริษัทที่คาดว่ากำไรจะคงความแข็งแกร่งที่สุด หนุนโดยการเติบโตของปริมาณขาย 3-9% ช่วงปี 2569-2572 และยังมีโอกาส upside จากการซื้อหุ้น 10% ในโครงการ SK408 ที่มาเลเซีย

ขณะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ประสบแรงกดดันจากการปิดโรงกลั่น 50 วัน, ขาดทุนสต๊อก และการตั้งสำรองด้อยค่าอาจถึง 5 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/2569 ทาง CLSA จึงยังชอบบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC และ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL จากงบดุลที่แข็งแกร่งกว่า

สำหรับบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ได้รับการปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 36 บาท (จาก 25 บาท) ด้วยแนวโน้มค่าการกลั่นที่ดีในปี 2569 แต่ยังต้องจับตาประเด็น dilution จากการหาพาร์ทเนอร์ใหม่และความล่าช้าของโครงการ Clean Fuel Project (CFP) เป็นความเสี่ยงสำคัญ

Back to top button