CGSI แนะซื้อ MINT เป้าใหม่ 31 บาท รับอานิสงส์ท่องเที่ยวยุโรป-ดอกเบี้ยขาลง

CGSI อัพเป้า MINT ใหม่เป็น 31 บาท มองปี 69 ธุรกิจโรงแรมยุโรป-มัลดีฟส์สดใส ดันรายได้พุ่งสวนทางธุรกิจอาหารที่ยังเผชิญปัจจัยลบในไทย คาดไตรมาส 4/68 กำไรแตะ 2.6 พันล้านบาท แนะ “ซื้อ” รับโอกาสเติบโตระยะยาว


ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มการดำเนินงานของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 ธุรกิจโรงแรมของบริษัทจะมีรายได้เติบโต 6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (YoY) ปัจจัยหนุนหลักมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภูมิภาคยุโรปและมัลดีฟส์ แม้ว่าตลาดออสเตรเลียจะยังคงเป็นปัจจัยฉุดรั้งผลประกอบการอยู่บ้างก็ตาม

ทั้งนี้ European Travel Commission (ETC) ได้คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในยุโรปจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องราว 6.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในปี 2569 ขณะที่ประเทศมัลดีฟส์ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประเมินว่าสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัว 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 2.4 ล้านคน โดยได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่วนประเทศไทยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเติบโต 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 34.5 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรงแรมส่วนใหญ่ของ MINT ในตลาดเหล่านี้เน้นรองรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก จึงคาดว่ารายได้จะเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวระดับต่ำถึงกลาง

สำหรับธุรกิจอาหาร ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประเมินว่าในปีนี้ผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และยอดขายรวมน่าจะเติบโตเพียง 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงซบเซา ประกอบกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจอาหารจะลดลงจาก 69.0% ในปี 2567 มาอยู่ที่ 66.7% ในปี 2568 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 67.0% ในช่วงปี 2569-2570

ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2568 คาดว่าธุรกิจโรงแรมจะทำรายได้เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อานิสงส์จากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่สูงขึ้นทั้งในไทยและมัลดีฟส์ แม้จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง 5% กดดันรายได้จากมัลดีฟส์ แต่ถูกชดเชยด้วยค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น 3% ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้จากยุโรป ส่วนรายได้ธุรกิจอาหารคาดว่าจะลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น จึงประเมินว่า MINT จะทำกำไรสุทธิรวมในไตรมาสนี้ที่ 2,656 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า Sentiment ของ MINT จะปรับตัวดีขึ้นจากความสดใสของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรปและมัลดีฟส์ จึงได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 31 บาท (เดิม 29 บาท) อิง EV/EBITDA ปี 2570 ที่ 6.8 เท่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สะท้อนกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในปี 2569-2570 จากรายได้โรงแรมที่แข็งแกร่งและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการจัดตั้ง REIT หรือการนำธุรกิจอาหารเข้าจดทะเบียน (IPO) ในอนาคต ส่วนปัจจัยเสี่ยง (Downside risk) มาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปและการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับยูโร

Back to top button