MINT วิ่งต่อ 3% โบรกชี้กำไร Q4/68 โต 12% จ่อเปิดโรงแรมใหม่ 50 แห่ง

MINT บวกต่อ 3% หลังโบรกประเมินกำไรปกติ Q4/68 แตะ 3.2 พันล้านบาท โต 12% จากปีก่อน รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมจากอัตราเข้าพักและค่าห้องพักที่ปรับเพิ่ม ตามการท่องเที่ยวฟื้น พร้อมมองปี 69 เดินหน้าขยายโรงแรมอีก 50 แห่ง ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 32.60 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ก.พ.69) ราคาหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 10:17 น. อยู่ที่ระดับ 24.70 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 2.92% ราคาสูงสุด 24.90 บาท ราคาต่ำสุด 24 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 285.60 ล้านบาท

 

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการดำเนินงานของ MINT ในช่วงปลายปี 2568 ยังคงอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 3.2 พันล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในหลายภูมิภาค

อัตราการจองห้องพักโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% จากปีก่อน โดยเฉพาะในยุโรปและมัลดีฟส์ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเติบโต 2% และ 8% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน โรงแรมในเครือ Anantara ที่ปิดปรับปรุงไปก่อนหน้านี้จำนวน 5 แห่ง ได้กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับช่วงไฮซีซัน ส่งผลให้อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 16% จากปีก่อน และช่วยหนุนค่า RevPAR เฉลี่ยรวมเติบโต 9%

นอกจากแรงหนุนจากฝั่งรายได้แล้ว ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร รวมถึงแผนการเปิดร้านอาหารแบรนด์ Poulet เพิ่มอีก 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 4/2568 ยังคงอ่อนตัวที่ -2.6% จากปีก่อน และยอดขายรวมทุกสาขาลดลงเล็กน้อย 0.4% จากการทำโปรโมชั่นทางการตลาด รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ชะลอตัวตลอดปี 2568

สำหรับภาพรวมในปี 2569 บริษัทหลักทรัพย์ พาย มองว่ากำไรปกติยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงเล็กน้อยจากประมาณการเดิม เนื่องจากฐานกำไรปี 2568 ที่ถูกปรับสูงขึ้น โดยประเมินกำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ 9.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 3.3% และคาดว่ากำไรปกติในปี 2569 จะขยายตัวได้ถึง 13% จากปีก่อน

แรงสนับสนุนสำคัญในปี 2569 มาจากแผนการเปิดโรงแรมใหม่ประมาณ 50 แห่ง โดยในไตรมาส 2/2569 มีกำหนดเปิดโรงแรมระดับไฮไลต์หลายแห่ง อาทิ Anantara Safari Camp, Tivoli Palazzo Gaddi และ Avani Mooloolaba ควบคู่ไปกับแนวโน้มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในประเทศไทยที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาระดอกเบี้ยที่ลดลง และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากฐานที่อยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าประมาณ 1.2–1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงแผนการนำธุรกิจ MINOR Food เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสมราวไตรมาส 2–3 ปี 2569

อย่างไรก็ดี บล.พาย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายพื้นฐานขึ้นเป็น 32.60 บาท จากเดิม 31.50 บาท โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ภายใต้สมมติฐาน WACC 8% และอัตราการเติบโตระยะยาว 1% ทั้งนี้ ระดับมูลค่าหุ้นยังถือว่าน่าสนใจ เมื่อพิจารณาจาก EV/EBITDA ปี 2569 ที่เพียง 4.6 เท่า และค่า P/E ปี 2569 ที่ 13 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

Back to top button