
“บล.กรุงศรี” เชียร์ซื้อ CENTEL เป้า 43 บาท ชี้กำไร Q4/68 โตเด่น รับท่องเที่ยวฟื้น
บล.กรุงศรี ประเมินกำไร CENTEL ไตรมาส 4/2568 เติบโตโดดเด่น อยู่ที่ 664 ล้านบาท คาดเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน ขณะที่รายได้โรงแรมฟื้นตัว และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 43 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินว่า บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL มีแนวโน้มรายงานกำไรหลักไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 664 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากแรงหนุนของรายได้ธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีก่อน และร้อยละ 40 จากไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยหลักมาจากอัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ReVPAR) โดยรวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้นในทุกตลาด โดยเฉพาะโรงแรมในมัลดีฟส์ ซึ่ง ReVPAR เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 48 เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังบริษัทปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น ประกอบกับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงแรมใหม่
ขณะที่โรงแรมในประเทศไทยคาดว่า ReVPAR จะเติบโตร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานในต่างจังหวัดที่ปรับตัวดีขึ้น หลังการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงแรมที่ปิดปรับปรุงก่อนหน้า ส่วนตลาดญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับธุรกิจอาหาร รายได้คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่หดตัวร้อยละ 3 ในไตรมาส 4 ปี 2568 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของแบรนด์หลัก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับร้อยละ 29.8 จากการเติบโตของรายได้โดยรวม
ทั้งนี้ หากกำไรหลักไตรมาส 4 ปี 2568 เป็นไปตามคาดการณ์ จะส่งผลให้ประมาณการกำไรหลักทั้งปี 2568 มีอัพไซด์เล็กน้อยราวร้อยละ 2 จากประมาณการเดิมที่ 1,670 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568–2570 ขึ้นร้อยละ 9–14 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะผลักดันให้กำไรหลักปี 2569 เติบโตถึงร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 2,099 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของโรงแรมในมัลดีฟส์
โดยคาดว่า ReVPAR จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นอัตราการเข้าพัก และการดำเนินงานเต็มรูปแบบของโรงแรมใหม่จำนวนสองแห่ง
ขณะเดียวกันประเทศไทยคาดว่า ReVPAR จะเติบโตร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น และการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของกิจกรรมประชุม สัมมนา และนิทรรศการ (MICE) ในกรุงเทพมหานคร ส่วนโรงแรมในญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังสิ้นสุดงาน Osaka World Expo 2025
ด้านธุรกิจอาหาร แม้ยอดขายสาขาเดิมจะอยู่ในระดับทรงตัว แต่กำไรยังคงได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างระมัดระวัง การปรับปรุงอัตรากำไรผ่านการปิดสาขาที่ขาดทุน และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ยอดจองห้องพักล่วงหน้าในไตรมาส 1 ปี 2569 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น โดย ReVPAR ในประเทศไทยและมัลดีฟส์เติบโตในระดับเลขสองหลัก ขณะที่ญี่ปุ่นยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CENTEL พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 43.00 บาทต่อหุ้น จากเดิม 37.50 บาท โดยอิงวิธีประเมินมูลค่าด้วยการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow: DCF) โดยมองว่าบริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรับประโยชน์จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 72 มาจากธุรกิจโรงแรมในประเทศ
สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับประมาณ 24 เท่าของอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตราว 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สะท้อนความน่าสนใจด้านมูลค่า ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านลบที่สำคัญยังคงเป็นการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่รุนแรงกว่าคาด ซึ่งอาจกระทบต่อผลการดำเนินงานของทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหาร

