
ITC เปิดแผนปี 69 รุกหนักอาหารสัตว์พรีเมียม หวังดันรายได้โต 12%
ITC เปิดแผนธุรกิจปี 69 รับเทรนด์ Pet Centric และ Longevity ตั้งเป้าโกยรายได้จากกลุ่มสินค้านวัตกรรมแตะ 15% เดินหน้าลุยตลาดอาหารเสริมและ Functional Food มั่นใจรายได้รวมปีนี้โต 9-12% พร้อมโชว์ศักยภาพ i-Cattery ศูนย์วิจัยมาตรฐานโลก
นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพาณิชย์ บริษัท ไอ–เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจและแผนยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม (Innovation Road Map) สำหรับปี 2569 ว่า บริษัทฯ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก (Wet Pet Food) โดยมีสัดส่วนยอดขายหลักจากตลาดสหรัฐอเมริกา 57% ยุโรป 14% และตลาดเอเชียและโอเชียเนียรวมกันอีกกว่า 29% ซึ่งมีประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเป็นตลาดสำคัญ
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมกว่า 13,000 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้มาจากอาหารแมวในสัดส่วน 68% อาหารสุนัข 17% และขนมทานเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง (Treats) อีก 15% ทั้งนี้ รูปแบบธุรกิจของ ITC มุ่งเน้นการส่งออกเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึง 98% เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลก (Global Brand) และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ (Retailers) ขณะที่อีก 2% เป็นการทำตลาดในประเทศภายใต้แบรนด์ของบริษัท
นายภาคย์ กล่าวต่อว่า ทิศทางตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในปี 2569 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจาก 3 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก ได้แก่ กระแส Pet Centric Household หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว (Humanization) ซึ่งพบว่ากลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Millennials กว่า 70% มีพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573
ขณะเดียวกัน เทรนด์ Longevity หรือการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่ออายุที่ยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงกว่า 78% มองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีคุณสมบัติช่วยชะลอวัย อีกทั้งมาตรฐานอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม (Standardization of Premium) และการใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารคน (Human Grade) กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในระดับโลก
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้านวัตกรรมให้เพิ่มขึ้นเป็น 15% ของรายได้รวม ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย กลยุทธ์ Innovation through Open Collaboration โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ 5 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Journey towards Longevity มุ่งพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัยของสัตว์เลี้ยง โดยในปี 2569 เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริม (Supplement) และโปรตีนไฮโดรไลซิส (Hydrolyzed Protein) สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการแพ้โปรตีน รวมถึงวางแผนต่อยอดสู่โภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) ภายในปี 2573
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Proven Palatability โดยการการันตีความน่ากินของผลิตภัณฑ์ผ่านศูนย์ i-Cattery ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเชิงลึกด้านประสาทสัมผัสของสัตว์เลี้ยง และได้รับการยอมรับจากแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก
นายภาคย์กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยนวัตกรรมจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางธุรกิจ (Strategic Shield) จากการแข่งขันที่รุนแรง ด้วยจุดแข็งด้านศักยภาพการผลิตและคุณภาพสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง ประกอบกับสัญญาณบวกจากคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาสแรกที่ออกมาอย่างน่าประทับใจ สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทในการสร้างโลกแห่งความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงทั่วโลก

