“สุเชษฐ์” ลุ้น SET ทดสอบ 1,450 จุด ชู 5 หุ้นเทคนิคสวย-พื้นฐานแกร่ง

“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมิน SET สดใส ลุ้นทดสอบ 1,450 จุด รับอานิสงส์รัฐบาลมีเสถียรภาพและฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหนุนวอลุ่มทะลุแสนล้าน แนะกลยุทธ์ลงทุน 5 หุ้นเด่น BBL-SCGP-BH-GPSC-CPF


นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ในวันนี้ (10 ก.พ. 69) โดยประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยว่ามีความสดใสมากขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ที่คาดว่าจะมีความแข็งแกร่ง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนคึกคักอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากมูลค่าการซื้อขายที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นได้ยากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (เกิดขึ้นเพียง 3-4 ครั้ง) ประกอบกับการกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ในระดับหมื่นล้านบาท ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนมากยิ่งขึ้น

สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ในระยะสั้นสามารถยืนเหนือระดับ 1,400 จุด และปรับตัวขึ้นกว่า 20 จุด โดยประเมินกรอบแนวต้านรายวันที่ระดับ 1,420 จุด อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแนวโน้มระยะกลางที่มีแรงซื้อหนาแน่นและความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่ง คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายรอบแรกที่ระดับ 1,450 จุด

ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำหุ้นเด่นที่มีความน่าสนใจทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน จำนวน 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL: ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำ ปิดที่ 161 บาท ประเมินแนวรับที่ 159 บาท และแนวต้านที่ 165-170 บาท

2.บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP: ปิดที่ 20.60 บาท ประเมินแนวรับที่ 19.50-20.00 บาท และแนวต้านที่ 21.20 บาท

3.บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH: ราคาหุ้นมีความแข็งแกร่ง ปิดที่ 177 บาท ประเมินแนวรับที่ 175-176 บาท แนวต้านแรกที่ 180 บาท หากผ่านได้มีโอกาสทดสอบต้านถัดไปที่ 200 บาท

4.บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC: ปิดที่ 38.75 บาท ประเมินแนวรับที่ 37 บาท และแนวต้านรอบนี้ที่ 40 บาท

5.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF: แม้ราคาจะยังดูอ่อนแอแต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามกลุ่ม CPALL ปิดที่ 21.20 บาท โดยวางเป้าหมายแนวต้านแรกที่ 22 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 24 บาท

ด้านภาวะตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นยุโรปมีการรีบาวด์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลบวกต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้านี้ ทั้งญี่ปุ่น (บวกกว่า 2% หรือ 1,562 จุด), เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฮ่องกง และอินเดีย ที่ต่างปรับตัวในแดนบวก อย่างไรก็ตาม อาจต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรในช่วงบ่ายถึงวันพรุ่งนี้ เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมาเร็วประมาณ 10% อาจมีการพักฐานระยะสั้น

สำหรับประเด็นทางการเมือง เรื่องกระแสข่าวเกี่ยวกับการนับคะแนนการเลือกตั้ง มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากสถาบันต่างประเทศเน้นมองเสถียรภาพในระยะกลางมากกว่าความผันผวนระยะสั้น โดยสถิติในอดีตชี้ว่าหลังการเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ ตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นได้ประมาณ 20% หากรัฐบาลมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ คาดว่าตลาดอาจมีการปรับฐานเข้าสู่ความเป็นจริงในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้าหลังจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนประกาศออกมาครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจคือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เริ่มฟื้นตัว และกลุ่มไฟแนนซ์ (Leasing) โดยเฉพาะ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ที่ราคายัง Laggard เมื่อเทียบกับ MTC โดยมองว่าราคาควรขยับไปยืนที่ระดับ 30-35 บาท ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ แนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนใน Bitcoin เนื่องจากเป็นทิศทางขาลงชัดเจน ส่วนทองคำยังเป็นขาขึ้น และราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบ 60-70 เหรียญฯ ซึ่งทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานอาจปรับขึ้นได้จำกัด

อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศที่มียอดซื้อสุทธิกว่า 6,000 ล้านบาทเมื่อวานนี้ มองว่ายังเป็นปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับที่ขายออกไปในช่วงก่อนหน้า คาดว่ากองทุนจำเป็นต้องเร่งซื้อคืน (Cover Short) เพื่อไม่ให้เสียโอกาสการลงทุนในภาวะที่ตลาดและเสถียรภาพทางการเมืองมีความแข็งแกร่งชัดเจนขึ้น

Back to top button