
BBIK เด้ง 10% เก็งงานรัฐ-ธนาคารไร้สาขาหนุน โบรกเคาะเป้าใหม่ 17.90 บาท
BBIK เด้ง 9% หลัง บล.ทิสโก้ ประเมินบวกจากเสถียรภาพการเมือง หนุนการเติบโตจากงานภาครัฐ โครงการธนาคารไร้สาขา และโอกาส M&A พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 17.90 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.พ. 69) ราคาหุ้น บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ณ เวลา 11:18 น. อยู่ที่ระดับ 17.10 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 9.62% สูงสุดที่ระดับ 17.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 16.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 34.85 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BBIK ในแง่ดีมากขึ้นหลังจากผลการเลือกตั้ง คาดปัจจัยสำคัญสามประการจะสนับสนุนการเติบโต ได้แก่ (1) การฟื้นตัวที่เร็วกว่าที่คาดไว้และความมั่นคงของรัฐบาลที่มากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการได้มาซึ่งโครงการและความเชื่อมั่นโดยรวมต่อ BBIK (2) การเติบโตของโครงการธนาคารเสมือนจริงขนาดใหญ่ และ (3) ศักยภาพในการขยายขนาดผ่านกิจกรรมการควบรวมกิจการ เราจึงปรับคำแนะนำ BBIK เป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”
ทั้งนี้ฝ่ายนักวิเคราะห์มองเสถียรภาพของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดและมีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยสนับสนุนการได้มาซึ่งโครงการและความเชื่อมั่นโดยรวมต่อ BBIK ดังนั้น จึงคาดว่าจะเห็นการปรับดีขึ้นของ backlog อย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 69 HoH ในอดีต การเพิ่มขึ้นของ backlog และการส่งมอบโครงการมักปรับดีขึ้นภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล
ผู้บริหารตั้งเป้าเจาะตลาดโครงการภาครัฐให้มากขึ้น โดยมุ่งให้สัดส่วนรายได้จากภาครัฐมากกว่า 15% ภายในปี 69 (เทียบกับระดับ low double digit ในปี 68) ผู้บริหารยังมองเห็นโอกาสในการได้มาซึ่งโครงการแอปพลิเคชันภาครัฐเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโต เราประเมินมูลค่าโครงการที่เป็นไปได้ราว 60 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณ 6% ของ backlog โครงการทั้งหมด) ภายใน H1/69
นอกจากนี้ คาดว่าการเร่งตัวของโครงการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มแรงหนุนเพิ่มเติม BBIK ได้รับงานด้านธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแล้ว มูลค่าประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญใน H1/69 สอดคล้องกับกรอบเวลาของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาเริ่มดำเนินการภายในกลางปี 69 นอกจากนี้ ผู้บริหารคาดว่าจะให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้า M&A ที่เป็นไปได้ภายในครึ่งแรกของปี 69 ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์การเติบโต
ผลประกอบการไตรมาส 4/68 คาดว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น โดยประเมินกำไรของ BBIK ที่ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากไตรมาสก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน การเติบโตจากไตรมาสก่อน ที่แข็งแกร่งคาดว่าจะมาจากกลุ่ม digital delivery ขณะที่ผลการดำเนินงานเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ที่ทรงตัวเป็นผลจากฐานที่สูงใน ไตรมาส 4/67 รายได้คาดว่าจะเติบโตในระดับ double digit จากไตรมาสก่อน โมเมนตัมที่แข็งแกร่งจากงานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ กลุ่มโทรคมนาคม และอุปสงค์ด้านเทคโนโลยี ควรเป็นแรงหนุนต่อผลประกอบการไตรมาส 4/68 อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน จากสัดส่วนที่มากขึ้นของธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงในไตรมาสนี้ เราคาดว่า backlog ของ BBIK และบริษัทย่อยจะทรงตัว ขณะที่ backlog ภายใต้บริษัทร่วม (JV) อาจอ่อนตัวลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะจาก Orbit
มูลค่ายังน่าดึงดูด โดย BBIK ซื้อขายที่ P/E ปี 69 ระดับ 8.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังสองปีที่ -1SD และคิดเป็นส่วนลด 47% เมื่อเทียบกับบริษัท IT services ระดับโลก เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 68-70 ขึ้น 5-13% เพื่อสะท้อนแนวโน้มอุปสงค์ที่ดีขึ้น ท่ามกลางความกังวลทางการเมืองที่คลี่คลายลง
ดังนั้น จึงปรับเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสมเป็น 17.90 บาท (จาก 15.90 บาท) โดยอิง P/E ณ สิ้นปี 69 ที่ 9.4 เท่า สอดคล้องกับระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลังสองปี

