ภูมิใจไทยดันหุ้นแรง

ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม (แม้ลิเวอร์พูลจะแพ้แมนซิตี้ก็ตาม) คงหนีไม่พ้นผลเลือกตั้งที่ออกมาเป็นเอกฉันท์ว่า ภูมิใจไทยได้จัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย


ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม (แม้ลิเวอร์พูลจะแพ้แมนซิตี้ก็ตาม) คงหนีไม่พ้นผลเลือกตั้งที่ออกมาเป็นเอกฉันท์ว่า ภูมิใจไทยได้จัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย แถมไม่ต้องง้อพรรคอื่น ๆ เหมือนในอดีต (รอบที่แล้วนั่งบริหารประเทศได้แค่ 2 เดือน) ซึ่งทำให้เสถียรภาพในการบริหารงานของรัฐบาลมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเสี่ยหนูได้เก้าอี้มากถึง 193 เก้าอี้จากที่มีที่นั่งทั้งหมด 500 ที่ไงล่ะคะ

ตรงนี้ทำให้นักลงทุนเชื่อว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะถูกสานต่ออย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแม่ทัพที่ดูแลเรื่องปากท้องมีทั้ง “เอกนิติ” และ “ศุภจี” โดยทั้ง 2 คนได้ประกาศตั้งแต่ตอนหาเสียงแล้วว่า หากได้เข้ามาบริหารจะใส่เกียร์เดินหน้าแบบสุดซอย ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่า ตัวเลขจีดีพีของประเทศไทยจะขยายตัวเกิน 2% หลังจากสำนักเศรษฐกิจต่าง ๆ ประเมินว่า จะโตไม่ถึง 2% นะซี

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนกระโจนใส่ตลาดหุ้นอีกครั้ง จนดันดัชนีขึ้นไปถึงระดับ 1,407.74 จุด ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยมาปิดที่ระดับ 1,400.89 จุด บวกไป 46.88 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.02 แสนล้านบาท โดยหุ้นบลูชิพยกทัพขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ขณะเดียวกันหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กก็เริ่มขยับกันเป็นแถว จนมีการพูดกันว่า ปีนี้ดัชนีมีโอกาสวิ่งทะลุ 1,500 จุด หากรัฐบาลภูมิใจไทยปั๊มเศรษฐกิจให้กลับมาโตอีกครั้งนะนายจ๋า

ในเมื่อหลายอย่างเป็นใจให้สุด ๆ AOT ซึ่งเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโดย และกำลังรอให้รัฐบาลช่วยกลับมาเคาะค่าภาษีสนามบินแบบนี้ ย่อมเป็นหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเลือกที่จะกระโจนใส่เป็นลำดับแรก เพราะของมันเห็นกันแจ่มแจ้งว่า มีลมใต้ปีกที่จะช่วยดันกำไรเพิ่มขึ้น อีฉันถึงแฮปปี้มาก ๆ ที่เห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 58.25 บาท บวกไป 5.25 บาท หรือขึ้นไป 9.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.36 พันล้านบาทเจ้าค่ะ

รายถัดมา “โมนิก้า” ขอมองข้ามช็อตไปที่หุ้น CPAXT มากกว่าจะพูดถึง CPALL เพราะราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่าราคาเหมาะสมเยอะ ผนวกกับรายหลังปรับตัวขึ้นมาใกล้ยอดเดิมที่บริเวณ 49 บาท อีฉันเลยมองว่า รายแรกมีแก๊ปให้หุ้นวิ่งค่อนข้างเยอะ หลังโบรกเกอร์บางแห่งให้เป้าที่บริเวณ 20 บาท ขณะที่ราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 16.30 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 5.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 722 ล้านบาท..น่าสนใจไหมล่ะคะ

คิดดูแล้วกัน!..ขนาดหุ้นโรงบาลที่อย่าง BH ยังได้รับอานิสงส์จากการที่รัฐบาลใหม่มีความมั่นคง หลังแรงซื้อยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนวานนี้หุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 177 บาท บวกไป 7 บาท หรือขึ้นไป 4.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.17 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่มีลุ้นเห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปที่ยอดเดิมบริเวณ 195 บาท เพราะในปีที่โรงบาลทำกำไรได้ในระดับนี้ ราคาหุ้นก็ยืนอยู่ที่ราคาดังกล่าวนะตัวเอง

เช่นเดียวกับในรายของ MTC ที่พุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 37.75 บาท บวกไป 3.25 บาท หรือขึ้นไป 9.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.03 พันล้านบาท ก็มาจากความหวังเรื่องเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการปล่อย “สินเชื่อ” และ “กำไร” ของบริษัท เพราะที่ผ่านมาถูกดดันจากเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้หนี้เสียผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่นาทีนี้หลายคนไม่คิดเช่นนั้นอีกต่อไป จึงเป็นจังหวะไหลตามน้ำเจ้าค่ะ

เรื่องข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น WHA หลังมีแรงซื้อไหลเข้ามามากกว่าปกติ จนหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ3.74 บาท บวกไป 0.34 บาท หรือขึ้นไป 10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.40 พันล้านบาท ล้วนเป็นผลทางจิตวิทยาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหลายคนเชื่อว่า “เอกนิติ” จะช่วยผลักดันโครงการลงทุนใหญ่ ๆ ให้เข้ามาในประเทศไทย พร้อมกับทำ Fast Track เพื่อเร่งการลงทุนให้เกิดขึ้นเร็วสุด ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยพะยะค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button