
โบรกอัพเป้า SAWAD ใหม่ 35 บาท ลุ้นกำไรปี 68-70 โตเฉลี่ย 6.4% รับสินเชื่อเร่งตัว
โบรกคาด SAWAD กำไรปี 2568–2570 เติบโตเฉลี่ย 6.4% ต่อปี รับแรงหนุนสินเชื่อทะเบียนรถเร่งตัว คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 35 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD อยู่ที่ 1.28 พันล้านบาท ลดลง 3.3% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 4.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนของหุ้น THAI ราว 20 ล้านบาท (หลังภาษี) คาดว่ากำไรหลักจะอยู่ที่ประมาณ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 6.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อ 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ยังลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยขับเคลื่อนจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อหดตัวเล็กน้อย อีกทั้งส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ทรงตัวที่ 13.44% หลังหดตัวแรงในไตรมาสก่อน จากต้นทุนเงินทุนที่ลดลงชดเชยผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้และต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 4.97 พันล้านบาท ลดลง 1.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตสินเชื่อที่ชะลอ NIM ที่ลดลง และ Credit Cost ที่เพิ่มขึ้น
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แม้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.93% จาก 3.90% ในไตรมาสก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ขณะที่บริษัทมองสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เป็นเหตุการณ์ตามฤดูกาลและไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาด Credit Cost เพิ่มขึ้น 20 bps จากไตรมาสก่อนหน้าเป็น 2.28% และมี Coverage Ratio ที่ 61.5%
ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568–2570 ขึ้น 3.7–5.2% สะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น จากการเร่งตัวของสินเชื่อในปี 2569–2570 นำโดยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ทรงตัวราว 2.00% รวมถึงแนวโน้มขาดทุนรถยึดที่ลดลง และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงสู่ระดับ 47.50–48.25%
ภายหลังการปรับประมาณการ คาดกำไรสุทธิช่วงปี 2568–2570 เติบโตเฉลี่ยสะสม 6.4% ต่อปี แม้ต้นทุนเงินทุนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่บางส่วนจะถูกชดเชยด้วยผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโต
ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 35 บาท จากเดิม 31 บาท อิงวิธี GGM ที่ค่า P/BV 1.32 เท่า ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ P/BV ราว 1.1 เท่า เทียบกับคาดการณ์ ROE ปี 2569 ที่ 14% และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระดับ 4–5% ต่อปี

