สุเชษฐ์ แนะเก็บ “หุ้นอสังหา” ลุ้นปีนี้รีบาวด์ ชู AP-CPN-SPALI พื้นฐานแกร่ง

“สุเชษฐ์ สุขแท้” มองกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แม้ยังไม่โดดเด่นมากนัก ลุ้นโอกาสรีบาวด์ในปีนี้ แนะสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง AP CPN และ SPALI พร้อมรับแรงหนุนจากกลุ่มพาณิชย์ บริโภค ค้าปลีก และ ICT ตามแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทยอยฟื้นตัว


นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ค่อนข้างเงียบ เนื่องจากหลายประเทศปิดทำการในช่วงเทศกาล ส่งผลให้ตลาดต่างประเทศไม่ได้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ โดยมีเพียงตลาดญี่ปุ่นที่ยังเปิดทำการ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ หากมูลค่าการซื้อขายยังสามารถยืนอยู่ในระดับประมาณ 40,000–50,000 ล้านบาท จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้ โดยภาพรวมยังเห็นแรงเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่ในทิศทางที่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม กรอบดัชนี SET ถูกปรับแนวต้านลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,450 จุด จากเดิมบริเวณ 1,460 จุด ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,420 จุด ซึ่งหากดัชนีหลุดระดับดังกล่าวจะถือเป็นสัญญาณเชิงลบ แต่หากยังแกว่งตัวในกรอบ 1,430–1,450 จุด ก็ยังถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในระยะนี้

ในแง่ของกระแสเงินทุน พบว่าเงินยังหมุนเวียนอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม SET50 ขณะที่กลุ่มธนาคารถือว่าปรับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าเริ่มเห็นการฟื้นตัวจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน ขณะที่กลุ่ม ICT ปรับตัวขึ้นมาในระดับหนึ่งและเริ่มเข้าสู่โหมดการเล่นรอบ

ทั้งนี้ นายสุเชษฐ์ ประเมินกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสรีบาวด์ในปีนี้ แม้ภาพรวมยังไม่โดดเด่น โดยหุ้นที่ยังดูมีความแข็งแกร่งในกลุ่มนี้ ได้แก่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI พร้อมจับตา บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS รับแรงหนุนเศรษฐกิจฟื้น ขณะที่กลุ่มพาณิชย์และอาหารเริ่มกลับมาเป็นเป้าหมายเงินทุน

นายสุเชษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนไม่ควรมองเพียงราคาหุ้นที่ปรับตัวลง เพราะหุ้นราคาต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหุ้นราคาถูกเสมอไป และไม่ได้สะท้อนว่ามีพื้นฐานดี โดยควรเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโต และพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลังอย่างน้อย 2 ไตรมาส เพื่อประเมินแนวโน้มและลดความเสี่ยงในการลงทุน

ในส่วนของหุ้นรายตัว บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ถูกมองว่าระดับราคาบริเวณประมาณ 32 บาทเริ่มมีความน่าสนใจหลังจากปรับตัวลงมา ขณะที่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA มีแนวโน้มเชิงบวกตามทิศทางการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายบริเวณ 20 บาท

ด้านกลุ่มโรงพยาบาล บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามอุตสาหกรรม โดยมีแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 22 บาท และแนวรับบริเวณ 20 บาท ส่วน บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC มีสัญญาณเชิงบวกจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสลดลง โดยมีเป้าหมายแรกบริเวณ 40 บาท และมีโอกาสขยับไปถึง 45 บาท หากผ่านแนวต้านสำคัญ

ขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานและโรงไฟฟ้า เช่น บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP และ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ถูกมองว่ามีโอกาสรีบาวด์ตามรอบตลาด ส่วนกลุ่มพาณิชย์และอาหารยังเป็นกลุ่มที่ควรติดตามในระยะถัดไป

โดยสรุป ภาพรวมตลาดยังคงเป็นลักษณะการแกว่งตัวในกรอบจำกัด นักลงทุนควรเน้นการคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มผลประกอบการเติบโต เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด

Back to top button