“ชัยยศ” มอง SET ทะยานแตะ 1,550 จุด หลัง GDP โต 2.5% แนะลงทุนกลุ่ม “พลังงาน-แบงก์”

“ชัยยศ จิวางกูร” ชี้ SET มีลุ้นรีเรต เป้า 1,550 จุด หลังต่างชาติไหลเข้า 4–5 หมื่นล้าน รับกำไรพลังงานฟื้น–GDP โต 2.5% แนะลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน-แบงก์–สื่อสาร-ไฟฟ้า-ไฟแนนซ์


นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ ข่าวหุ้นเจาะตลาด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับเพิ่มระดับราคาเป้าหมาย (Re-rating) จากแรงหนุนสำคัญ ได้แก่ การฟื้นตัวของผลประกอบการกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น รวมถึงตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ที่ออกมาดีกว่าคาดที่ระดับ 2.5% ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารและค้าปลีก

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินดัชนีเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 1,475 จุด และมีโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 1,550 จุด หากมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกันกระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี มูลค่ารวมราว 40,000–50,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

กระแสเงินทุนต่างชาติและการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Fund Flow & Sector Rotation) โดยเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าตั้งแตต้นปีมีมูลค่าประมาณ 40,000 – 50,000 ล้านบาท โดยมีลักษณะการลงทุนที่สะท้อนความเชื่อมั่นสูง ดังนี้

การกระจายตัวของเงินทุน:เงินทุนไม่ได้กระจุกตัวในกลุ่มเดียว แต่มีการหมุนเวียน (Rotate) ไปตามกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่:

ช่วงแรก: กลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมี

ช่วงต่อมา: กลุ่มสื่อสารและพลังงานต้นน้ำ (บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE

ปัจจุบัน: กลุ่มธนาคาร (ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL จากอานิสงส์ GDP ที่ดี

สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป มองว่าทิศทาง Fund Flow จะยังขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดทุนในปี

สำหรับการวิเคราะห์รายกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นเด่น ด้าน กลุ่มโรงไฟฟ้าและไฟแนนซ์ (โอกาสที่ยังรอการฟื้นตัว)

กลุ่มโรงไฟฟ้า: แม้จะมีความกังวลเรื่องนโยบายลดค่า FT ของภาครัฐ แต่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นต้นทุนหลักมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่ออัตรากำไร (Margin) ของหุ้นอย่างบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งยังมี Upside

กลุ่มไฟแนนซ์ (บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ  MTC ผลประกอบการเริ่มแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุม NPL ได้ดี และการเติบโตของสินเชื่อเริ่มกลับมาเป็นสัญญาณบวก

Back to top button