โบรกคัด 18 หุ้น เน้นกำไรโต-ปันผลสูง ชู KTB-SIRI เด่น

“บล.ฟิลลิป” แนะกลยุทธ์ลงทุน 5 ธีมเด่น “งบโต-ปันผลสูง-ท่องเที่ยว-การลงทุนภาคเอกชน-หุ้นรายตัวที่โดดเด่น” นำโดยกลุ่มแบงก์ อสังหาริมทรัพย์ ผสานกับท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจน แนะเก็บ KTB-SIRI เข้าพอร์ต ชูพื้นฐานแกร่ง กำไรเติบโต


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทย (SET Index) ว่าดัชนียังมีแรงส่งให้ปรับตัวขึ้นต่อได้ ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเก็งกำไรผลประกอบการงวดไตรมาส 4 ปี 2568 (4Q68) และการเก็งกำไรเงินปันผล ประกอบกับมีสัญญาณเชิงบวกจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม มองว่าทางขึ้นอาจยังจำกัดอยู่บ้าง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ภายหลังมีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ทั้งนี้ในส่วนของปัจจัยหนุนด้านผลประกอบการและเงินปันผล คาดว่าดัชนีจะได้แรงหนุนโดยเฉพาะในกลุ่มการเงิน หลังจากที่ MTC เปิดเผยงบไตรมาส 4/68 มีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.84 บาท ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (4Q67) ที่ 0.73 บาท หรือคิดเป็นการเติบโต 15.5% จากปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากหุ้น GULF ที่รายงาน EPS งวดไตรมาส 4/68 ที่ 0.56 บาท เติบโตถึง 89.5% จากปีก่อน พร้อมเตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผล 3.25 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend yield ที่ 5.3% ซึ่งรวมปันผลพิเศษ 2.20 บาทต่อหุ้นไว้แล้ว ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะจ่ายปันผลดี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต ก็เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจในการเก็งกำไรช่วงนี้เช่นกัน

ด้านภาคการท่องเที่ยวเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถานการณ์ประจำสัปดาห์ที่ 7 ของปี 2569 (9-15 ก.พ. 69) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยกว่า 882,556 คน เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มีจำนวน 200,440 คน เพิ่มขึ้นถึง 120.9% จากปีก่อน และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 สอดคล้องกับข้อมูลจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ที่เปิดเผยว่าบรรยากาศการเดินทางทางอากาศเริ่มคึกคักตั้งแต่ก่อนตรุษจีน โดยมีเที่ยวบินเฉลี่ย 2,895 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,910 เที่ยวบินต่อวันในช่วง 17-26 ก.พ. 69

สำหรับปัจจัยมหภาคในประเทศมีสัญญาณบวกจากการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รักษาการ) เตรียมใช้กลไก “BOI Fast Pass” เพื่อปลดล็อกการลงทุนภาคเอกชนมูลค่ากว่า 4.8 แสนล้านบาท ขณะที่วิจัยกรุงศรีกำลังทบทวนตัวเลข GDP ปี 2569 ซึ่งเดิมคาดไว้ที่ 1.8% โดยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากฐานเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 4Q68 และความต่อเนื่องทางนโยบาย นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังรายงานการจัดเก็บรายได้ช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (4MFY69) อยู่ที่ 1.91 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเกือบ 5%

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ต้องติดตามคือราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลง 0.89% ปิดที่ 62.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน สาเหตุหลักมาจากอิหร่านเปิดเผยว่าการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 2 กับสหรัฐฯ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และได้บรรลุข้อตกลงในหลักการทั่วไปแล้ว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำธีการลงทุนใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หุ้นเก็งงบ 4Q68: BDMS, BEM, GFPT, GUNKUL, HANA, MAJOR, PLANB, PSL, PTT, SAWAD, SC, SIRI, TFG, WHA 2) หุ้นเก็งประกาศปันผล: BBL, KBANK, KTB, SCB 3) หุ้นรับเทศกาลตรุษจีนและท่องเที่ยว: AAV, AOT, AWC, BA, CENTEL, CPALL, CPN, CRC, ERW, MC, MINT, MRDIYT 4) หุ้นรับการลงทุนเอกชนเติบโตแกร่ง: AMATA, PIN, ROJNA, SCC, SCCC, WHAUP และ 5) หุ้น Selective: GULF, MTC

Back to top button