
OR เดินเกม 2 โมเดล ขยายปั๊ม-นอนออยล์ นำร่องผุด “Budget Hotel” 6 แห่งกลางปี 70
OR วางแผนปี 2569 เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ–ลดต้นทุนทุกธุรกิจ เร่งปรับกระบวนการจัดซื้อ ขนส่ง และบริหารสถานี ขยายปั๊ม 100 แห่งภายในปีนี้อย่างแม่นยำด้วยข้อมูล ชะลอลงทุนต่างประเทศคัดตลาดเสถียร พร้อมจับมือ CENTEL ลุย Budget Hotel 6 แห่ง หนุนทราฟฟิกและรายได้ Non-oil
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สะท้อนถึงศักยภาพขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย โดยสามารถรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ควบคู่กับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth”
ในปี 2568 OR ใช้ความท้าทายเป็นโอกาสในการทบทวนและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ผ่านการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.2 จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,654 ล้านบาท หรือร้อยละ 47.8 จากปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
สำหรับปี 2569 หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ OR คือการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ (OR Ecosystem) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยกว่า 3.9 ล้านรายต่อวัน โดยมุ่งเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนอย่างไร้รอยต่อ ในมิติ Mobility บริษัทขยายบทบาทจากธุรกิจพลังงานสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ โดยใช้เครือข่ายสถานีบริการเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก อาทิ PTT Station และ EV Station PluZ
ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ OR Ecosystem โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีแบรนด์หลักอย่าง Café Amazon ที่มีเครือข่ายกว่า 4,600 สาขาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการต่อยอดสู่กลุ่ม Health & Wellness เพื่อยกระดับสถานีบริการให้เป็นมากกว่าจุดเติมพลังงาน แต่เป็นจุดเชื่อมต่อบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตผู้บริโภคอย่างครบวงจร โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการจากเฉลี่ย 3.9 ล้านคนต่อวัน เป็น 5 ล้านคนต่อวัน ภายในปี 2573
ตลอดปีที่ผ่านมา OR ยังคงดำเนินบทบาทเคียงข้างสังคมในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ได้ให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการสนับสนุนสิ่งของจำเป็นและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม
ในมุมมองเศรษฐกิจปี 2569 หม่อมหลวงปีกทองประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตในกรอบร้อยละ 1.5–2.5 ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ อาทิ การเข้าสู่สังคมสูงวัยและการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่ยังไม่เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ
สำหรับเศรษฐกิจโลก คาดว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 3.3 โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI และ Data Center แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปี 2569 คาดว่าจะเฉลี่ยราว 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากปีก่อน ซึ่งจะมีผลต่อผลประกอบการธุรกิจพลังงาน ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับลดลงจะช่วยสนับสนุนการลงทุน
ในเชิงกลยุทธ์ OR เดินหน้าขยายฐานลูกค้าในหลายมิติ โดยเฉพาะกลุ่ม B2B2C ซึ่งสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โครงสร้างรายได้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกและลูกค้าธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นด้านราคา แม้ตลาดน้ำมันเบนซินจะเติบโตจำกัด และตลาดดีเซลหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่บริษัทยังคงรักษาระดับยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้
ธุรกิจโซลูชันและบริการสำหรับลูกค้าองค์กรได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ธุรกิจ EV มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV Charging อย่างต่อเนื่อง และมองว่า EV ไม่ใช่ปัจจัย Disruption หากแต่เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่และเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในระยะยาว
สำหรับแผนปี 2569 OR จะให้น้ำหนักกับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในทุกแกนธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Mobility ผ่านการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อ ขนส่ง และบริหารสถานีบริการ พร้อมเดินหน้าขยายสถานีบริการประมาณ 100 แห่งภายในปีนี้ ภายใต้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านศักยภาพพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด
ด้านการลงทุนต่างประเทศ บริษัทมีแนวทางชะลอการลงทุนใหม่และทบทวนพอร์ตการลงทุนรายประเทศอย่างรอบคอบ ลดความเสี่ยง และเตรียมทางเลือกในการปรับกลยุทธ์หรือออกจากการลงทุนอย่างเหมาะสม หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย โดยยังคงมองหาโอกาสในประเทศที่มีเสถียรภาพทางกฎหมายและความแน่นอนสูง
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการพัฒนา Budget Hotel ร่วมกับ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL นำร่อง 6 แห่ง ภายในกลางปี 2570 ภายใต้แนวคิดการเพิ่มทราฟฟิกและระยะเวลาการใช้บริการในสถานีบริการ โดยโครงการนี้ส่วนใหญ่จะพัฒนาในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน โดยเบื้องต้นมีทำเลในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สงขลา อยุธยา และกาญจนบุรี ขณะที่อีกหนึ่งแห่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดพื้นที่ตั้งในขณะนี้
โดยโครงการดังกล่าวมีขนาดประมาณ 70–80 ห้องต่อแห่ง ราคาประมาณ 800–1,000 บาทต่อคืน ใช้จุดแข็งของ Ecosystem ภายในสถานีบริการเพื่อสร้างประโยชน์ทางอ้อมแก่ธุรกิจ Non-oil โดยตั้งงบลงทุนรวมประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่ง OR ลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 49 ก่อนประเมินผลเพื่อพิจารณาขยายโครงการในระยะถัดไป
“OR จะยังคงมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในทุกมิติ ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นฐานการตัดสินใจ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” หม่อมหลวงปีกทอง กล่าวสรุป

