
ORI กางแผนปี 69 รุก 5 ธุรกิจหลัก ชูกลยุทธ์ Portfolio Evolution ดันยอดขายโตแกร่ง
ORI กางแผนปี 69 ชูกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution รุก 5 ธุรกิจหลัก รับอานิสงส์ต่างชาติย้ายฐาน-เทรนด์สัตว์เลี้ยง ดัน Backlog แน่น เล็งตั้งกองรีท ALPHA REIT
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2026 ว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับต่ำ ปัญหาสงครามการค้า รวมถึงวิกฤตการณ์ระดับโลกที่สร้างสภาวะ Never Normal ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายนี้ยังมี “สัญญาณบวก” จากทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกระบวนการช่วยเหลือลูกหนี้ตามนโยบายการรวมหนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้ยืมและลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าได้มากขึ้น
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติในฐานะ “Global Safe Zone” และ “Second Home” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัย นับเป็นโอกาสทองของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยกลุ่มบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายจากโอกาสดังกล่าวในทำเลยุทธศาสตร์ ทั้งในพื้นที่ภูเก็ต (Phuket), พัทยา (Pattaya) และศูนย์กลางธุรกิจกรุงเทพฯ (Bangkok CBD) ซึ่งกวาดยอดขายจากลูกค้าต่างชาติไปแล้วกว่า 6,300 ล้านบาท จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศ อาทิ รัสเซีย, ไต้หวัน, เมียนมา, จีน และโปแลนด์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยและแบรนด์ออริจิ้น นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเน้นจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่ใกล้แหล่งงานและนิคมอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทต่างชาติที่ซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับพนักงาน Expat ในระยะยาว พร้อมทั้งขยายโอกาสไปยังธุรกิจคลังสินค้าในเครือภายใต้ Alpha Industrial Solutions และธุรกิจโรงแรมภายใต้ Origin Hotel ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการลงทุนและการพักอาศัยระยะยาว
ขณะเดียวกัน เทรนด์ Pet Humanization ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ผลักดันให้ดีมานด์คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มองเห็นโอกาสและได้พัฒนาโครงการเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว จนปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นเจ้าตลาดคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Condominium) โดยมีโครงการที่รองรับมากกว่า 25 โครงการ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและคว้าโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลง ภายใต้วิสัยทัศน์ปี 2026 กลุ่มบริษัทฯ จึงไม่ได้จำกัดตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายเพียงอย่างเดียว แต่เลือกดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง (Diversify) ให้ครอบคลุมธุรกิจใหม่ๆ อย่างมีกลยุทธ์ ผ่านแผนธุรกิจ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” เพื่อสร้างการเติบโตในหลากหลายธุรกิจ สร้างความมั่นคง และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก
สำหรับเป้าหมายและแผนการดำเนินงานของ 5 กลุ่มธุรกิจหลักของ ORIGIN GROUP ในปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้:
1.บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL (กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม): ในปี 2026 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการ บนทำเลกรุงเทพฯ, พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาและโครงการร่วมทุน) ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) จากโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าในปี 2026 มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการ พร้อมกันนี้ ยังคงตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำอันดับ 1 ตลาดคอนโดฯ Pet Friendly ด้วยจำนวน 25 โครงการ (4,966 ยูนิต) และยังเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property หรือ IP Program) ที่ตอบโจทย์นักลงทุนภายใต้แนวคิด “รายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องบริหารเอง” โดยมีทีมงานมืออาชีพจาก HHR (Hampton Hotel & Residence Management) คอยดูแล ปัจจุบันมีจำนวน 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ และยังมีพอร์ตลูกค้าต่างชาติรอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวมอีก 6,300 ล้านบาท
2.บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI (กลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรร): เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการในปี 2026 มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาและโครงการร่วมทุน) โดยยึดมั่นในจุดเด่นด้านทำเลศักยภาพ ล่าสุดได้เปิดตัวโปรเจกต์ Brilliant Business Park ซึ่งเป็นพื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะแบบมัลติฟังก์ชัน (Multi-functional) ที่ผสานโชว์รูม, สตูดิโอ, ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัยไว้ในพื้นที่เดียวกัน นำร่องใน 5 ทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท และเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์เจาะกลุ่ม Lifestyle การใช้ชีวิตแบบเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้
3.บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI (กลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร): วางเป้าหมายรายได้ปี 2026 ที่ระดับ 2,000 ล้านบาท พร้อมเปิดศักราชใหม่ “PRIMO TRANSFORMATION ERA” ก้าวสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจเนอเรชัน นำโดย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับพรีเมียม (Elevating Service Standards to Premium Level) 2. ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง (Expanding into High-Value Segments) 3. สร้างระบบนิเวศชุมชน (Building Community Ecosystem) ผ่านแพลตฟอร์ม Happy Maker 4. บูรณาการเทคโนโลยีและข้อมูล (Technology & Data Integration) ผ่าน Primo Plus Application และ 5. ผลักดัน ESG เป็นแกนหลักองค์กรผ่านแนวคิด PRIMO CARE ครอบคลุม People, Pet และ Planet เพื่อสร้างความยั่งยืนพร้อมรับอนาคต
4.บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL (กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำ): ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม, อาคารสำนักงานให้เช่า และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เดินหน้าแผนธุรกิจปี 2026 ด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอควบคู่กับการบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest โดยภายในปี 2026 มีแผนเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 แห่ง มูลค่า 5,915 ล้านบาท และอาคารสำนักงานรวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปีปัจจุบันยังมีแผนขายสินทรัพย์ (Divestment) โรงแรมอีก 4 แห่ง รวม 1,011 ห้อง มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษได้มากกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวตามโมเดลธุรกิจ
5.บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA (กลุ่มธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้): ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้ารวมทั้งสิ้น 403,859 ตารางเมตร โดยเปิดดำเนินการแล้ว 382,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่าสูงถึงร้อยละ 95 สำหรับปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ พื้นที่กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผนนำสินทรัพย์ 4 โครงการ พื้นที่ 211,682 ตารางเมตร เข้าจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในชื่อ “ALPHA REIT”
ถึงเวลาที่ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายพอร์ตธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ทั้งจากแผนการขายธุรกิจทำกำไร หรือการนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT ได้อย่าง “ถูกที่ ถูกเวลา” ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเปิดรับพันธมิตรทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

