
GCAP GOLD ชี้ทองคำรับอานิสงส์ “สหรัฐ-อิหร่าน” เดือด แนะย่อซื้อเป้า 78,500 บ.
GCAP GOLD เผยราคาทองคำสัปดาห์นี้รับแรงหนุนจากมาตรการภาษี 15% ของสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง คาดราคาทองผันผวนแรง แนะกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" แนวรับ 74,700 บาท ลุ้นทำกำไร 78,500 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากปัจจัยความเสี่ยงเชิงมหภาค ภายหลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีมติ 6-3 วินิจฉัยว่าการใช้อำนาจของประธานาธิบดีภายใต้กฎหมาย IEEPA ในการกำหนดอัตราภาษีที่ผ่านมานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อจำกัดทางขอบเขตของอำนาจบริหาร ทั้งนี้ จากการเพิกถอนดังกล่าวได้ส่งผลให้ทำเนียบขาวออกมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงกว่าเดิม ด้วยการประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในอัตรา 15% ซึ่งมีผลบังคับใช้ในทันที การตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการค้าโลกอย่างรุนแรง และกลายเป็นปัจจัยเร่งหลักที่ผลักดันให้เกิดแรงซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงและความผันผวนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ยังคงถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เข้ามากดดันบรรยากาศการลงทุน โดยรายงานล่าสุดจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ระบุว่า การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ยังคงติดหล่มในประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร เนื่องจากอิหร่านยังคงยืนกรานสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณคลังสำรอง (HEU stockpile) สูงถึง 440 กิโลกรัม รวมทั้งยังมีความเข้มข้นที่ระดับ 60% ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ดังกล่าวประกอบกับการที่สหรัฐฯ เริ่มเสริมกำลังทหารในพื้นที่ตะวันออกกลาง จึงยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงในการเผชิญหน้าทางทหาร ท่ามกลางภาวะตลาดที่ตอบสนองต่อข่าวสารรายวันมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำสามารถเคลื่อนไหวในแดนบวกได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านบรรยากาศการลงทุนในตลาดขณะนี้ นักลงทุนกำลังเน้นติดตามข่าวใหญ่เป็นหลักและเข้าสู่ภาวะที่ต้องติดตามข่าวสารรายวันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งประเด็นสงครามการค้าและปมความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ล้วนมีผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสเหวี่ยงตัวอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ สำหรับกลยุทธ์ในภาพรวมยังคงแนะนำให้เน้น “รอย่อซื้อ” โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ระดับ $5,080 และ $5,000 ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษที่ระดับ $5,000 ซึ่งไม่ควรหลุดระดับดังกล่าวลงมา เนื่องจากจะทำให้ภาพรวมเปลี่ยนเป็นการพักฐานเชิงลึกทันที ขณะที่ฝั่งแนวต้านด้านบนยังมีโอกาสปรับตัวไปต่อได้ หากมีปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางที่กดดันค่าเงินดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD มองว่าภาพรวมราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวกและมีการยกฐานที่สูงขึ้น ทำให้สัปดาห์นี้มีโอกาสเห็นการเลือกทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หากราคายังสามารถยืนหยัดเหนือระดับ $5,000 ได้อย่างมั่นคง จะถือเป็นสัญญาณบวกในระยะกลาง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ $5,275 และ $5,385 ต่อออนซ์ต่อไป ในส่วนของราคาทองคำในประเทศไทย แนะนำให้ทยอยสะสมตามโซนแนวรับสำคัญที่บริเวณ 75,200 – 74,700 บาท และสามารถพิจารณาแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวเข้าใกล้ระดับ 78,000 – 78,500 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนควรบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากตลาดยังคงมีความไวต่อข้อมูลเศรษฐกิจและข่าวกรองต่างประเทศในระดับที่สูง

