TLI กำไรปี 68 แตะ 1.08 หมื่นลบ. แจกปันผล 0.60 บาท ขึ้น XD 7 พ.ค.นี้

TLI โชว์กำไรปี 68 ทะลุ 1.08 หมื่นล้าน รับแรงหนุนจากธุรกิจประกันและลงทุนโต บอร์ดไฟเขียวปันผล 0.60 บาท/หุ้น เตรียมขึ้น XD 7 พ.ค.นี้


บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ (หลัก) จำนวน 10,883 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ กำไรสุทธิดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ไม่รวมรายการพิเศษและรายการที่เกิดจากความผันผวนของตลาด โดยเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา กำไรจากรายการพิเศษและรายการที่เกิดจากความผันผวนของตลาดนั้น เป็นผลมาจากมูลค่าตลาดของหน่วยลงทุนต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี 2568 มาจากกำไรจากการรับประกันภัย ซึ่งถือเป็นแหล่งที่มาหลักของกำไรสุทธิ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.64% สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจและการบริหารจัดการการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงกำไรจากการลงทุน (หลัก) ที่เพิ่มขึ้น 12.98% ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนของบริษัทฯ นอกจากนี้ กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) ยังปรับตัวสูงขึ้น 5.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตอย่างยั่งยืนของกรมธรรม์ใหม่ ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์คุ้มครองซึ่งมีมูลค่าสูง

ด้านฐานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีมูลค่าส่วนของเจ้าของเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Equity) อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,402 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.61% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกรมธรรม์ใหม่ และผลกระทบเชิงบวกจากมูลค่าตลาดของเงินลงทุนในตราสารหนี้ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Embedded Value: EV) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีมูลค่าอยู่ที่ 202,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,998 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.17% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการดำเนินงานบนมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV Operating Profit) ที่เติบโตอย่างยั่งยืน ผนวกกับผลกระทบเชิงบวกจากมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ (Economic Variance) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยตลาด นอกจากนี้ อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก โดย ณ สิ้นปี 2568 มีอัตราส่วนสูงถึง 555.86% ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในอัตรา 140% อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท (จากมูลค่าที่ตราไว้ หรือ Par หุ้นละ 1.00 บาท) โดยเป็นการจ่ายจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ตามลำดับ

Back to top button