GUNKUL โชว์กำไรปี 68 โต 6% แตะ 1.77 พันลบ. รับมาร์จิ้นพุ่ง-พลังงานหนุน

GUNKUL รายงานกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 1,768.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.50% จากปีก่อน ขณะที่ Core Profit โต 13.20% แตะ 1,811.55 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจพลังงานเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพ คุมต้นทุนดันอัตรากำไรขั้นต้นขยับสู่ 34.64%


บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,768.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.50 จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,660.83 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจหลัก

ขณะเดียวกัน บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) จำนวน 1,811.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.20% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,660.35 ล้านบาท โดยไม่รวมรายการพิเศษ อาทิ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ และกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจพลังงาน ทั้งโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับตามสัญญาเช่าเงินทุน

ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 34.64% จาก 31.18% ในปีก่อน เพิ่มขึ้น 3.46 จุด สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GUNKUL  กล่าวว่า ผลประกอบการประจำปี 2568 ของบริษัทฯ ทั้ง 3 ธุรกิจหลัก ประสบความสำเร็จสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยภาพรวมรายได้ทั้งปี 2568 เท่ากับ 8,468.25 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 34.64 % ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 31.18% ในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.46 โดยมีกำไรปกติ จำนวน 1,811.55 ล้านบาท เทียบจากปีที่แล้วจำนวน 1,600.35 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 13.20% ซึ่งเป็นการเติบโตของกำไรในทุกมิติ ทั้งอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิ และกำไรสุทธิในเชิงมูลค่า

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ของโครงสร้างธุรกิจที่ครบ Value Chain ทางด้านพลังงาน เอื้อให้บริษัทฯ เกิดการสร้างรายได้ในหลายชั้นและสามารถทำกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง  โดยเนื้อกำไร (กำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน) ยังคงมาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power) เป็นหลักสูงถึง 67% ซึ่งครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง”

ในด้านการเติบโตของบริษัทฯ สำหรับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด ณ ปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าอยู่ในมือจำนวน 1,629 เมกะวัตต์ โดยในส่วนนี้มีโครงการที่รอพัฒนาและจ่ายไฟเชิงพาณิชย์กว่า 832 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสร้างการเติบโตในเนื้อกำไรตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ไม่นับรวมอีก 300 เมกะวัตต์ที่จ่อลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้พอร์ตโฟลิโอพลังงานของ GUNKUL เข้าใกล้เป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2570

ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมเข้าร่วมในทุกมาตรการภาครัฐ อาทิเช่น โครงการโซลาร์ชุมชนจำนวน 1,500 เมกะวัตต์ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน และ Direct PPA รวมถึงโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอื่นๆ ที่สอดคล้องกับแผน PDP2026 นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนการที่จะขยายโอกาสการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดฟิลิปปินส์และไต้หวันที่มีศักยภาพการเติบโตสูงฃ

บริษัทฯ มีความพร้อมในด้านการเงินและความแข็งแกร่งในด้านโครงสร้างเงินทุน (Capital Structure) ที่ไม่เป็นข้อจำกัดในการลงทุนในอนาคตภายใต้เงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด โดยมีกลยุทธ์ปลดล๊อกการเติบโตผ่านการทำแบบ Joint Venture กับพันธมิตร พร้อมตั้งงบลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท ภายในกรอบ 5 ปี ในส่วนของธุรกิจก่อสร้าง บริษัทฯ มั่นใจในประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่จะคว้างาน EPC ขนาดใหญ่ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนที่มีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้แบ๊กล๊อกของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภายในปี 2569 บริษัทฯ มองแนวโน้มอัตราส่วนพลังงานสะอาดจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อแผน PDP2026 ประกาศออกมาเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero อันใหม่ภายในปี
พ.ศ. 2593 ผนวกกับผลวิจัยโดยหลักทรัพย์บัวหลวงที่ประเมินความต้องการการใช้พลังงานที่ประเทศไทยจะต้องเพิ่มในระบบอีกถึง 11.4 กิกะวัตต์ภายในกรอบ 7 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับไม่ใช่แค่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเดิมแต่รวมไปถึงอุตสาหกรรม Data Center ที่มีสถิติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในธุรกิจ Data Center ปี 2568 มูลค่ารวมสูงถึง 800,000 ล้านบาท บริษัทฯ มองว่ากลุ่มอุตสาหกรรม Green Data Center และ AI เป็นกุญแจขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

โดยมีพลังงานหมุนเวียนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ซึ่ง GUNKUL มีศักยภาพเข้าร่วมในบทบาทของผู้พัฒนาโครงการที่สามารถบริหารจัดการตั้งแต่ระบบผลิตไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า ระบบสายส่ง ตลอดจนวัสดุและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกแรงดัน รวมถึงการขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดผ่านการเชื่อมต่อ Direct PPA นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรในโครงการ Data Center ในรูปแบบ Co-investment ที่ไม่ใช่แค่ในบทบาทผู้ลงทุนแต่เป็นผู้ร่วมพัฒนา ซึ่งเป็นการต่อยอดศักยภาพทางการแข่งขันและขับเคลื่อน New S-Curve มุ่งสู่การเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและดิจิทัลครบวงจร ซึ่ง GUNKUL พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานอย่างมีเสถียรภาพและยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็น Green Infrastructure Destination ของภูมิภาคเอเชีย

Back to top button