
IRGC ขู่เผาเรือผ่านฮอร์มุซ! ตะวันออกกลางระอุ สะเทือนตลาดน้ำมันโลก
IRGC ออกแถลงขู่ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดต่อเรือที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการปะทะทางทหารที่ยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค พร้อมกระทบความเชื่อมั่นตลาดพลังงานโลก
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังผู้แทนระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกแถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นพื้นที่ควบคุมทางทหาร และเตือนว่าเรือที่ฝ่าฝืนอาจเผชิญมาตรการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด พร้อมส่งสัญญาณความพยายามสกัดการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาค
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ศูนย์ความมั่นคงทางทะเลของโอมานแจ้งเหตุเรือบรรทุกน้ำมัน “สกายไลท์” ซึ่งจดทะเบียนภายใต้ธงปาเลา ถูกโจมตีนอกชายฝั่งมูซันดัม บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และมีการอพยพลูกเรือรวม 20 คนออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก โดยมีสัดส่วนการขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทางทะเลทั่วโลก ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพตลาดพลังงานระหว่างประเทศ
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านดำเนินไปเร็วกว่ากรอบเวลาที่ประเมินไว้ พร้อมยืนยันศักยภาพในการปฏิบัติการต่อเนื่อง หากสถานการณ์จำเป็น
ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านรายงานยอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 550 ราย ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธที่ดำเนินต่อเนื่องมากกว่าสองวัน โดย United States Central Command ระบุว่า ทหารอเมริกัน 6 นายเสียชีวิตจากการตอบโต้ของอิหร่านในระยะแรกของเหตุการณ์
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐชี้แจงกรณีเครื่องบินขับไล่แบบ F-15E Strike Eagle จำนวน 3 ลำตกในน่านฟ้าคูเวตว่า เป็นเหตุยิงพลาดฝ่ายเดียวกัน โดยนักบินและเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องรวม 6 นายดีดตัวออกได้และได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
สถานการณ์ดังกล่าวยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงการขยายวงของความขัดแย้งในภูมิภาคและผลกระทบต่อระบบพลังงานโลก

