KSS ชี้ SET สัปดาห์นี้ Sideways Up ชู KBANK-ADVANC-AMATA หุ้นเด่น

บล.กรุงศรี คาด SET สัปดาห์นี้ 18-22 พ.ค.69 เคลื่อนไหว Sideways/Up แนวต้าน 1,527/1,545 จุด รับแรงหนุน GDP ไทยไตรมาส 1/69 ลุ้นดีกว่าคาด แนะ KBANK, ADVANC และ AMATA เป็นหุ้นเด่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยประจำสัปดาห์วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569 คาดดัชนี SET Index เคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideways/Up” โดยให้แนวต้านที่ระดับ 1,527 จุด และ 1,545 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,503 จุด และ 1,493 จุด

ทั้งนี้ KSS ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ คือการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไทย ไตรมาส 1/2569 ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว 2.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 2.50% อย่างไรก็ดี KSS ประเมินว่า GDP ไทยมีโอกาสออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

โดยได้รับสัญญาณบวกจากข้อมูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ระบุว่า เงินลงทุนได้เร่งเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงในช่วงไตรมาส 1/2569 สูงถึง 2.60 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 1.40% ของ GDP ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน สถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่บริเวณ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม หากสมมติฐานราคาน้ำมันทั้งปีเริ่มมีความเสี่ยงปรับขึ้นใกล้ทะลุระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำหนักเชิงบวกต่อกลุ่มดังกล่าวอาจค่อย ๆ ลดลง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำเลือกลงทุนในหุ้น 2 ธีมหลัก ได้แก่ ธีม Energy Security ประกอบด้วย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP, บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC, บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF

ส่วนธีมการลงทุนภายในประเทศ แนะนำหุ้นกลุ่มธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รวมถึงกลุ่มสาธารณูปโภคและสื่อสาร ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ KSS แนะนำ KBANK ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 232 บาท โดยมองว่าได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกที่ยังยืนสูง ประกอบกับแนวโน้ม GDP ไทยไตรมาส 1/2569 ที่มีโอกาสออกมาดี และการลงทุนภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้น

ขณะที่ ADVANC ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 417 บาท มองว่าราคาหุ้นปรับตัวลงมาอยู่ในระดับน่าสนใจ อีกทั้งเป็นหุ้น Defensive และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4.50% ส่วน AMATA ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 26 บาท ได้แรงหนุนจากการลงทุนภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนยอดขายที่ดิน ขณะที่มูลค่าหุ้นยังอยู่ในโซน Value โดยซื้อขายที่ระดับ PBV ประมาณ 1 เท่า

ทั้งนี้ หุ้นเด่นสัปดาห์ก่อน ได้แก่ PTT, PTTGC และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 1.41% เทียบกับ SET Index ที่ให้ผลตอบแทนบวก 1.17%

ด้านปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน, ดัชนี Flash PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม 2569, การประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของจีน, ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนเมษายน 2569, GDP ไทยไตรมาส 1/2569, การประชุมคณะรัฐมนตรี รวมถึงรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์

นอกจากนี้ KSS ระบุว่า กำไรต่อหุ้นของตลาดปี 2569 หรือ SET EPS อยู่ที่ 96.90 บาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มที่ถูกปรับประมาณการขึ้น ได้แก่ กลุ่มเกษตรและกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มที่ถูกปรับลดลง ได้แก่ กลุ่มขนส่งและกลุ่มบันเทิง

ส่วนกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ก่อน พบว่าเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น รวม 17,317 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ประเทศไทยมีเงินทุนไหลออกสุทธิ 66.20 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นแรงซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 283.30 ล้านดอลลาร์ และแรงขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 349.50 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าบริเวณ 32.60 บาทต่อดอลลาร์

Back to top button