CLSA คงคำแนะนำ “Outperform” หุ้น TOP ชูเป้า 44.50 บาท ชี้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

CLSA คงคำแนะนำ "Outperform" หุ้น TOP ประเมินราคาเป้าหมาย 44.50 บาท แม้รับผลกระทบรัฐคุมราคาหน้าโรงกลั่น ฉุดกระแสเงินสด 2.8 พันลบ. แต่เชื่อจุดต่ำสุดผ่านไปแล้ว ลุ้นรัฐผ่อนปรนเมื่อตลาดปกติ


บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (CLSA) ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ยังคงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ระดับ 44.50 บาทต่อหุ้น แม้ว่าบริษัทจะเผชิญกับอุปสรรคในระยะสั้น จากกรณีที่รัฐบาลไทยได้มีมาตรการปรับเพิ่มส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นจาก 2.00 บาทต่อลิตร เป็น 5.00 บาทต่อลิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม ก่อนที่จะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.00 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่า มาตรการแทรกแซงราคาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกำไรและกระแสเงินสดของ TOP คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาท ในช่วงระหว่างวันที่ 9 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม ตามการประมาณการของบริษัท นอกจากนี้ ภาระที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อนำไปรวมกับบัญชีลูกหนี้จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกจำนวน 10,000 ล้านบาท จะส่งผลให้บริษัทมีภาระด้านสภาพคล่องรวมสูงถึง 30,800 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าบริษัทจะมีทรัพยากรทางการเงินที่เพียงพอในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ความเสี่ยงด้านภาระดอกเบี้ยจ่ายก็มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า การแทรกแซงราคาของภาครัฐอาจส่งผลให้ TOP ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนในไตรมาส 2/2569 หากมาตรการลดราคาที่ระดับ 3.00 บาทต่อลิตรยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งไตรมาส แม้ว่าปัจจุบันอัตรากำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Gross Refining Margin : GRM) จะยังคงอยู่ในระดับที่สูง แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ได้ถูกหักล้างด้วยภาวะค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่ผันผวนและต้นทุนค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าค่าการกลั่นที่แท้จริงในเดือนเมษายนจะอยู่ที่ระดับเพียง 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากการที่มาตรการของรัฐได้กดดันให้ค่าการกลั่นลดลงไปเกือบ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม CLSA มีมุมมองเชิงบวกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของการแทรกแซงราคาได้ผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล (Diesel Crack Spread) ได้เริ่มปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการควบคุมราคาในอนาคต เมื่อสภาวะตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

Back to top button