น้ำมัน “WTI-Brent” เด้ง! หลังสหรัฐ-อิหร่านตึงเครียดหนัก เสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น จากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านและความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าคาด หนุนแรงซื้อ โดย WTI อยู่ที่ 90.03 (+1.83) และเบรนท์ 93.10 (+1.65) ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP  รายงานราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และเบรนท์ได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน พร้อมเตือนว่าอาจมีการดำเนินมาตรการทางทหาร หากการเจรจาสันติภาพยังไม่มีความคืบหน้า

ล่าสุด กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีรอบใหม่ต่อหลายเป้าหมายในอิหร่าน เพื่อตอบโต้การกระทำที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการรุกรานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองบัญชาการร่วมทางทหารระดับสูงของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่าจะดำเนินการยิงเรือทุกลำที่พยายามผ่านพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านการขนส่งน้ำมันในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก

นอกจากนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ปรับลดลง 7.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 4 ล้านบาร์เรล สะท้อนความต้องการใช้น้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยโรงกลั่นหลายแห่งได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังคงเบิกใช้น้ำมันดิบจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบต่อตลาดยังมาจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570

ด้านกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้ดำเนินภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ขนส่งน้ำมันรวมกว่า 100 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก และช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบให้อยู่ในระดับประมาณ 85-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แทนที่จะพุ่งสูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลตามสถานการณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

Back to top button